ทำไมความดันโลหิตสูงถึงอันตราย? รวมบริการตรวจ และรักษาในภูเก็ต

ทำไมความดันโลหิตสูงถึงอันตราย? รวมบริการตรวจ และรักษาในภูเก็ต

ความดันโลหิตสูง หรือที่หลายคนเรียกว่า โรคความดัน ถือเป็น โรคเงียบที่อันตรายกว่าที่คิด เพราะส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่าเป็น จนกว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคไตเรื้อรัง โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันที่มีความเครียดสูง การใช้ชีวิตที่เร่งรีบ อาหารที่มีโซเดียม และไขมันสูง ล้วนทำให้ความเสี่ยงของโรคนี้เพิ่มขึ้น

ในจังหวัดภูเก็ต เมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตหลากหลาย และการเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว ประชาชน และแรงงานจำนวนมากต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เช่นกัน ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง พร้อมทั้งการตรวจคัดกรอง และรักษาอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม

ทำไมความดันโลหิตสูงถึงอันตราย? รวมบริการตรวจ และรักษาในภูเก็ต

ความดันโลหิตสูง คืออะไร?

ความดันโลหิตสูง (Hypertension) คือ ภาวะที่แรงดันของเลือดที่ดันผนังหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติต่อเนื่อง โดยเราวัดค่าออกมาเป็น 2 ตัวเลข

  • ค่าบน (SBP: Systolic) = ความดันตอนหัวใจบีบตัว
  • ค่าล่าง (DBP: Diastolic) = ความดันตอนหัวใจคลายตัว

ในบริบทสากล/ไทยที่ใช้งานอย่างแพร่หลาย หากค่าความดัน ตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอทขึ้นไป ที่วัดซ้ำได้จริงอย่างน้อย 2 ครั้งต่างเวลากัน จะถือว่าเข้าเกณฑ์ความดันโลหิตสูง

ทำไมความดันโลหิตสูงถึงอันตราย?

โรคนี้อันตราย เพราะเป็นโรคเงียบที่คนจำนวนมากไม่รู้ตัว แต่อวัยวะสำคัญกำลังถูกทำลายทีละน้อย

  • หัวใจ — หัวใจต้องทำงานหนัก กล้ามเนื้อหัวใจหนา เสี่ยงหัวใจล้มเหลว/กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
  • สมอง — เสี่ยง โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์/อัมพาต) ทั้งแตก และตีบตัน
  • ไต — ความดันสูงเรื้อรังทำให้ไตเสื่อม เกิดโรคไตเรื้อรัง
  • ดวงตา — หลอดเลือดจอตาเสียหาย การมองเห็นผิดปกติ จนอาจตาบอด
  • คุณภาพชีวิต — ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย และภาวะแทรกซ้อนที่กระทบงาน/ชีวิตประจำวันอย่างมาก

ปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดความดันโลหิตสูง

  • โซเดียมสูง/อาหารเค็มจัด (เช่น เครื่องปรุงเค็ม, อาหารแปรรูป, อาหารทะเลดอง)
  • ไม่ค่อยได้ออกกำลัง + นั่งนาน จากตารางงานบริการ/ท่องเที่ยว
  • ความเครียดสะสม, ดื่มแอลกอฮอล์/สูบบุหรี่
  • น้ำหนักเกิน/อ้วน และ พันธุกรรม (ญาติสายตรงป่วย)

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นความดันโลหิตสูงจริง?

  • วัดซ้ำให้ถูกวิธี
    • นั่งพักเงียบ ๆ อย่างน้อย 5 นาที ไม่ดื่มกาแฟ/สูบบุหรี่/ออกแรงก่อนวัด
    • ใช้ปลอกแขนพอดีต้นแขน วัด อย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกัน 1–2 นาที แล้วเฉลี่ย
    • ควรวัดต่างวัน/ต่างเวลา เพื่อยืนยันว่าสูงจริง ไม่ใช่ครั้งคราว (เช่น ง่วง เครียด เจ็บป่วยชั่วคราว)
      แนวทางยุโรป 2023 เน้นย้ำให้ใช้การวัดทั้งในคลินิก และนอกคลินิกร่วมกันก่อนสรุปการวินิจฉัยครับ.
  • ใช้ค่าความดันนอกคลินิกอื่นประกอบ
    • เพื่อแยก White-coat (สูงเฉพาะตอนเจอหมอ) ออกจาก Masked (ปกติในคลินิกแต่สูงที่บ้าน/ที่ทำงาน) แนะนำให้ทำ
    • HBPM (วัดที่บ้าน) หรือ ABPM (คล้องเครื่อง 24 ชม.) เกณฑ์ที่ใช้กันกว้างขวางตามยุโรป/นานาชาติคือ
    • ความดันเฉลี่ยที่บ้าน (HBPM) ≥135/85 มม.ปรอท = เข้าข่ายสูง
    • เฉลี่ยขณะตื่น (ABPM) ≥135/85, เฉลี่ยตลอด 24 ชม. ≥130/80, และเฉลี่ยตอนนอน ≥120/70 มม.ปรอท
    • การใช้ out-of-office BP ทำให้การวินิจฉัยแม่นยำขึ้น และกำหนดแผนรักษาได้ตรงจุดครับ. 

ควรไปพบแพทย์เมื่อใด?

  • ค่าความดัน ≥140/90 มม.ปรอทซ้ำ ๆ หลายครั้งต่างวัน → ควรพบแพทย์ประเมิน
  • หาก ≥180/120 มม.ปรอท ร่วมกับอาการอันตราย (เจ็บหน้าอกรุนแรง หายใจลำบาก ปวดศีรษะที่สุดในชีวิต อ่อนแรงครึ่งซีก ตามัวทันที ฯลฯ) → ภาวะฉุกเฉิน ควรไปโรงพยาบาลทันที (แนวทางสากลจัดเป็น hypertensive emergency/urgency) 
อาการความดันโลหิตสูง

อาการความดันโลหิตสูง

แม้โรคนี้จะเป็นโรคเงียบ แต่อาการต่อไปนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ควร วัดความดันทันที และพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ

อาการพบได้บ่อย

  • ปวดศีรษะเรื้อรัง โดยเฉพาะท้ายทอย มักชัดเจนช่วงเช้า
  • มึนงง ตาพร่า มองเห็นไม่ชัด บางคนมีจุดดำลอยหรือเห็นแสงแฟลช
  • เหนื่อยง่าย ใจสั่น เวียนศีรษะ โดยเฉพาะเวลาเปลี่ยนท่าทางเร็ว
  • เลือดกำเดาไหลบ่อย โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม ควรระวังโรคหัวใจร่วม

อาการอันตราย (เข้าข่ายภาวะฉุกเฉิน)

  • ปวดศีรษะรุนแรงที่สุดในชีวิต/คอแข็ง อาเจียนพุ่ง สับสน ชัก
  • ชา/อ่อนแรงครึ่งซีก หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด (อาการโรคหลอดเลือดสมอง)
  • เจ็บหน้าอกรุนแรง เหงื่อแตก หายใจลำบากมาก
  • ตัวเลขความดัน ≥180/120 มม.ปรอท ร่วมกับอาการข้างต้น → ให้ไปโรงพยาบาล ทันที

วิธีตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูง

  • การวัดความดันโลหิต (หัวใจของการคัดกรอง)
    • นั่งพักอย่างน้อย 5 นาที ไม่ดื่มกาแฟ/สูบบุหรี่/ออกแรงหนัก 30 นาที ก่อนวัด
    • พิงพนัก เกร็งขาไม่ได้ เท้าวางราบ แขนระดับหัวใจ ใช้ปลอกแขน ขนาดพอดีต้นแขน
    • วัดอย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกัน 1–2 นาที แล้วเฉลี่ยค่า
    • ควรวัดต่างช่วงเวลา/ต่างวัน และใช้ การวัดที่บ้าน (HBPM) หรือ ตรวจติดตาม 24 ชม. (ABPM) เพื่อแยก white‑coat/masked hypertension
    • เกณฑ์อ้างอิงที่ใช้บ่อย:
    • ในคลินิก: ≥140/90 มม.ปรอท = สูง
    • ที่บ้าน (HBPM): ค่าเฉลี่ย ≥135/85 มม.ปรอท = สูง
    • ABPM เฉลี่ยตลอด 24 ชม.: ≥130/80 มม.ปรอท = สูง
  • การตรวจเลือด และปัสสาวะ เป็นการประเมินโรคร่วม/อวัยวะเป้าหมาย: ไขมันในเลือด, น้ำตาล (FPG/HbA1c), การทำงานไต (ครีอะตินีน/eGFR), ปัสสาวะหาอัลบูมิน (UACR) เพื่อคัดกรองไตเสื่อมระยะแรก
  • คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ค้นหาความโต/ขาดเลือดของหัวใจหรือจังหวะเต้นผิดปกติ จากผลกระทบของความดันสูงเรื้อรัง
  • ภาพถ่าย/อัลตราซาวด์
    • Echocardiogram ประเมินโครงสร้าง และการทำงานหัวใจ
    • อัลตราซาวด์ไต/หลอดเลือดไต หากสงสัยความดันสูงทุติยภูมิ
    • ตรวจจอประสาทตา หากมีอาการตามัวหรือควบคุมยาก
การรักษาความดันโลหิตสูง

การรักษาความดันโลหิตสูง

เป้าหมายหลัก คือ ลดความเสี่ยงหัวใจ‑สมอง‑ไต โดยคุมตัวเลขตามแพทย์กำหนด (โดยทั่วไป <140/90 มม.ปรอท และในผู้เสี่ยงสูงอาจตั้งเป้าใกล้ <130/80 หากปลอดภัย)

การปรับพฤติกรรม (ทำทันที เห็นผลจริง)

  • ลดโซเดียม
    • ตั้งเป้า ≤2,000 มก./วัน (ถ้าทำได้ 1,500 มก./วันยิ่งดี)
    • อ่านฉลากโภชนาการ เลี่ยงน้ำปลา ซีอิ๊ว ผงปรุงรส เนื้อแปรรูป อาหารดอง/หมัก/บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  • โภชนาการแนว DASH/เมดิเตอร์เรเนียน
    • ผัก‑ผลไม้เพิ่มขึ้น ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว เมล็ดพืช
    • โปรตีนไม่ติดมัน/ปลาอายุสั้น สลับถั่ว/เต้าหู้
    • เลือกไขมันไม่อิ่มตัว (น้ำมันมะกอก คาโนลา) ลดของทอด/ไขมันทรานส์
    • เพิ่มโพแทสเซียมจากอาหารธรรมชาติ (กล้วย อะโวคาโด ผักใบเขียว) เว้นผู้ป่วยโรคไต—ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • น้ำหนักตัว ลด 5–10% ของน้ำหนักตั้งต้นใน 3–6 เดือน ลดความดันได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • กิจกรรมทางกาย
    • แอโรบิกระดับปานกลาง 150–300 นาที/สัปดาห์ (เดินเร็ว ปั่น ว่ายน้ำ)
    • ฝึกแรงต้าน อย่างน้อย 2 วัน/สัปดาห์
    • ลุกขยับทุก 30–60 นาที หากทำงานนั่งนาน
  • แอลกอฮอล์/บุหรี่/การนอน/ความเครียด
    • แอลกอฮอล์: ชาย ≤2 ดริงก์/วัน, หญิง ≤1 ดริงก์/วัน (หรืองด)
    • เลิกบุหรี่ทันที ลดเสี่ยงโรคหัวใจ‑หลอดเลือด
    • นอนให้พอ 7–9 ชม./คืน สม่ำเสมอ
    • ฝึกผ่อนคลาย: หายใจลึก สมาธิ โยคะ เดินผ่อนคลาย
  • ยาที่ควรระวัง NSAIDs บางชนิด, สเตียรอยด์, ยาลดคัดจมูก/สมุนไพรบางชนิด อาจดันความดันสูง—แจ้งแพทย์ทุกครั้ง

การใช้ยา (แพทย์เป็นผู้ประเมิน และเลือกให้เหมาะกับรายบุคคล)

  • กลุ่มยาหลัก และจุดเด่น
    • ACE inhibitors (ACEi): ลดโปรตีนรั่วไต เหมาะผู้ป่วยเบาหวาน/ไตเสื่อม (อาจมีไอแห้ง)
    • ARBs: ทางเลือกเมื่อแพ้ ACEi (โอกาสไอน้อยกว่า)
    • Calcium Channel Blockers (CCB): ลดแรงต้านหลอดเลือด (อาจมีบวมเท้า)
    • Thiazide‑like diuretics (เช่น chlorthalidone/indapamide): มีหลักฐานลดเหตุการณ์หัวใจ‑หลอดเลือดดี
    • Beta‑blockers: เหมาะกรณีมีโรคหัวใจร่วม (หัวใจเต้นผิดจังหวะ/หลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย)
    • Mineralocorticoid receptor antagonists (MRA): ใช้ในความดันดื้อยา
  • หลักการทั่วไป
    • หากความดันเริ่มต้นสูงมาก/มีความเสี่ยงสูง แพทย์มักเริ่ม ยาร่วม 2 ชนิด (สูตรรวมเม็ด) เพื่อคุมได้เร็ว และเพิ่มการกินยาสม่ำเสมอ
    • ปรับยา ทุก 4–12 สัปดาห์ จนเข้าช่วงเป้าหมาย
    • เฝ้าระวังโพแทสเซียม/ไต/ตับ/น้ำตาล ตามชนิดยา

การติดตามอาการ

  • วัดความดันที่บ้าน (HBPM) บันทึกเช้า‑เย็น 7 วันก่อนพบแพทย์ (ทิ้งวันแรก ใช้ค่าเฉลี่ย 6 วันหลัง)
  • นัดติดตามถี่ช่วงปรับยา และห่างขึ้นเมื่อคงที่
  • ตรวจเลือด/ปัสสาวะ, ECG/ตา/ไต ตามความเสี่ยงปีละครั้งหรือบ่อยกว่านั้น

การป้องกันความดันโลหิตสูง

  • ป้องกันขั้นปฐมภูมิ (ยังไม่ป่วย/ยังไม่รู้ตัว)
    • อาหารแนว DASH/เมดิเตอร์เรเนียน + โซเดียมต่ำ
    • น้ำหนักสมดุล BMI ปกติ/รอบเอวลดลง
    • แอโรบิก 150–300 นาที/สัปดาห์ + แรงต้าน 2 วัน/สัปดาห์
    • นอนพอ จัดการความเครียด เลิกบุหรี่ จำกัดแอลกอฮอล์
    • ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะอายุ ≥35 ปี หรือมีปัจจัยเสี่ยง
  • ป้องกันขั้นทุติยภูมิ/ตติยภูมิ (รู้ว่าเป็นแล้ว)
    • รักษาให้ตัวเลขเข้าเป้าอย่างต่อเนื่อง
    • ควบคุมโรคร่วม: ไขมัน เบาหวาน น้ำหนัก
    • ยาต่อหัวใจ‑ไตตามข้อบ่งชี้ (เช่น ACEi/ARB, statin)
    • ติดตามอวัยวะเป้าหมาย: ตา ไต หัวใจ สมอง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความดันโลหิตสูง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความดันโลหิตสูง

Q: ความดันโลหิตสูงรักษาหายขาดไหม?
A:
ไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่สามารถควบคุมได้ด้วยการปรับพฤติกรรม และใช้ยาตามแพทย์สั่ง

Q: ต้องตรวจความดันบ่อยแค่ไหน?
A:
ผู้ใหญ่ควรตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง หากมีปัจจัยเสี่ยงหรือเป็นผู้ป่วยแล้ว ควรตรวจตามคำแนะนำของแพทย์

Q: ความเครียดมีผลต่อความดันไหม?
A:
มีผลโดยตรง ความเครียดทำให้ความดันพุ่งสูงขึ้นได้ชั่วคราว และถ้าเกิดบ่อย ๆ จะเพิ่มความเสี่ยงระยะยาว

Q: อาหารแบบไหนที่ควรหลีกเลี่ยงหากเป็นความดันโลหิตสูง?
A:
ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีเกลือ และโซเดียมสูง เช่น อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำปลา ซีอิ๊ว อาหารหมักดอง และควรลดอาหารมันทอด รวมถึงน้ำตาลสูง

Q: ดื่มกาแฟหรือชาได้ไหมถ้ามีความดันสูง?
A:
สามารถดื่มได้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่คาเฟอีนอาจทำให้ความดันเพิ่มขึ้นชั่วคราว ควรดื่มไม่เกิน 1–2 แก้วต่อวัน และหลีกเลี่ยงการดื่มตอนท้องว่าง

Q: ความดันโลหิตสูงถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือไม่?
A:
ใช่ ผู้ที่มีพ่อแม่หรือญาติสายตรงเป็นโรคความดันโลหิตสูง มีโอกาสเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

Q: ถ้าไม่รักษาความดันโลหิตสูงจะเกิดอะไรขึ้น?
A:
อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น หัวใจล้มเหลว หัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก โรคไตวายเรื้อรัง และอาจถึงขั้นเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

Q: ผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงสามารถออกกำลังกายได้หรือไม่?
A:
ได้ ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ใช้แรงต้านมากเกินไป เช่น ยกน้ำหนักหนัก ๆ

Q: ยาลดความดันมีผลข้างเคียงหรือไม่?
A:
มีบ้าง เช่น เวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย ไอแห้ง หรือบวมที่ขา ขึ้นอยู่กับชนิดยา ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติ

Q: ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีความดันโลหิตสูงอันตรายไหม?
A:
อันตรายมาก เพราะเสี่ยงต่อครรภ์เป็นพิษ การคลอดก่อนกำหนด และอาจมีผลต่อสุขภาพทารกในครรภ์ จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ทำไมควรเลือกตรวจ และรักษาโรคความดันโลหิตสูงที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก เป็นหนึ่งในศูนย์บริการสุขภาพที่ครบวงจรของจังหวัดภูเก็ต ที่ให้ความสำคัญกับการตรวจ คัดกรอง และดูแลรักษาโรคความดันโลหิตสูงอย่างจริงจัง ด้วยแนวทางที่ผสมผสานทั้งความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ และการดูแลที่ใส่ใจผู้รับบริการ จุดเด่นของคลินิกมีดังนี้

  • บริการตรวจสุขภาพ และคัดกรองอย่างละเอียด คลินิกมีบริการตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และประเมินการทำงานของอวัยวะสำคัญ เพื่อหาความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • ทีมแพทย์ และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ประกอบด้วยแพทย์เฉพาะทางด้านโรคเรื้อรัง และบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมเฉพาะด้าน พร้อมให้คำปรึกษาอย่างถูกต้อง และทันสมัย
  • โปรแกรมดูแลสุขภาพรายบุคคล คลินิกเน้นการรักษาแบบองค์รวม โดยจัดทำโปรแกรมสุขภาพที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เช่น การปรับอาหาร การออกกำลังกาย และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
  • เครื่องมือ และเทคโนโลยีทันสมัย มีอุปกรณ์ตรวจ และวินิจฉัยที่ได้มาตรฐานสากล เช่น เครื่องวัดความดันดิจิทัลความแม่นยำสูง เครื่องตรวจหัวใจ และระบบตรวจสุขภาพครบวงจร
  • การบริการที่เป็นมิตร และคุ้มค่า เน้นความสะดวก รวดเร็ว และใส่ใจในรายละเอียด เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกมั่นใจ และสบายใจตลอดกระบวนการ พร้อมค่าบริการที่เหมาะสม

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

โรคความดันโลหิตสูงเป็น โรคเงียบที่มีความอันตรายสูง หากไม่ตรวจ และรักษาอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่กระทบต่อชีวิตได้ การรู้จักป้องกัน ตรวจคัดกรอง และเข้ารับการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำงานอยู่ในภูเก็ต การเข้ารับบริการตรวจและรักษาที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะมีบริการครบวงจร ตั้งแต่การตรวจวัดพื้นฐานไปจนถึงการดูแลต่อเนื่องโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าการดูแลสุขภาพของคุณจะได้รับมาตรฐานระดับสากล

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 228 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9 
  • จองคิวตรวจออนไลน์     https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาหอนาฬิกา ตั้งอยู่ที่ 206/8 ถ. ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่  อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 12.00 – 20.00น. (ช่วงเเรก)
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

เอกสารอ้างอิง

  • World Health Organization (WHO). Hypertension. Updated 2025. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/hypertension
  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). High Blood Pressure (Hypertension). [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.cdc.gov/bloodpressure/index.htm
  • International Society of Hypertension (ISH). Global Hypertension Practice Guidelines 2020. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://ish-world.com/guidelines/
  • กระทรวงสาธารณสุข. กรมควบคุมโรค. ข้อมูลโรคความดันโลหิตสูง. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th
  • สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. แนวทางการดูแลรักษาความดันโลหิตสูงในประเทศไทย. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://thaihpc.org