ในยุคปัจจุบันที่สิ่งแวดล้อม อาหาร และไลฟ์สไตล์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนจำนวนมาก คือ อาการแพ้ หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์น้ำมูกไหล คันตา ผื่นขึ้น หรือแม้กระทั่งอาการหายใจติดขัดโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจไม่ใช่เพียงการเจ็บป่วยเล็กน้อย แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมอย่างรุนแรง การเข้าใจว่าอาการแพ้คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และสัญญาณที่ไม่ควรมองข้ามมีอะไรบ้าง จะช่วยให้เราสามารถดูแลตนเอง และป้องกันอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาการแพ้ คืออะไร?
อาการแพ้ (Allergic Reaction) คือ ปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ (Allergens) อย่างเกินความจำเป็น โดยปกติระบบภูมิคุ้มกันจะทำหน้าที่ป้องกันร่างกายจากเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตราย แต่ในกรณีของอาการแพ้ ร่างกายกลับตอบสนองต่อสารที่โดยทั่วไปไม่เป็นอันตราย เช่น ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ อาหารบางชนิด หรือยาบางประเภท การตอบสนองที่มากเกินไปนี้อาจแสดงออกในรูปแบบที่แตกต่างกัน ตั้งแต่อาการเล็กน้อยอย่างน้ำมูกไหล และคันตา ไปจนถึงอาการรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น ภาวะช็อกจากการแพ้อย่างรุนแรง หรือ Anaphylaxis
กลไกการเกิดอาการแพ้ในร่างกาย
- เมื่อร่างกายสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ครั้งแรก ระบบภูมิคุ้มกันจะสร้างแอนติบอดีชนิด IgE ขึ้นมาเพื่อจดจำสารนั้น
- หากมีการสัมผัสสารเดิมซ้ำ แอนติบอดี IgE จะกระตุ้น เซลล์เมสต์ (Mast cells) และ บะโซฟิล (Basophils) ให้ปล่อยสารเคมี เช่น ฮีสตามีน (Histamine)
- ฮีสตามีนเป็นสารหลักที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น ผื่นคัน น้ำมูกไหล คัดจมูก หรือหายใจลำบาก
- นอกจากนี้ ฮีสตามีนยังทำให้ หลอดเลือดขยายตัว และ เยื่อบุบวม ก่อให้เกิดอาการบวมแดงทั้งที่ผิวหนัง และอวัยวะภายใน
ประเภทของอาการแพ้ที่พบบ่อย
- อาการแพ้ทางเดินหายใจ
- เกิดจากฝุ่นละออง ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ หรือเชื้อรา
- อาการที่พบได้แก่ น้ำมูกไหล คัดจมูก จามบ่อย คันตา หรือหอบหืด
- หากปล่อยทิ้งไว้อาจพัฒนาไปสู่โรคภูมิแพ้เรื้อรังหรือโรคหอบหืดได้
- อาการแพ้อาหาร
- เกิดจากการตอบสนองต่อโปรตีนในอาหาร เช่น ถั่ว นม ไข่ อาหารทะเล หรือแป้งสาลี
- อาการอาจเป็นผื่น ลมพิษ ปวดท้อง ท้องเสีย หรืออาเจียน
- บางรายอาจมีอาการรุนแรง เช่น หายใจไม่ออกหรือภาวะช็อก ต้องรักษาเร่งด่วน
- อาการแพ้ผิวหนัง
- เกิดจากการสัมผัสสารเคมี เครื่องสำอาง โลหะบางชนิด หรือถูกแมลงกัดต่อย
- อาการที่พบบ่อยคือ ผื่นแดง คัน บวม หรือลมพิษ
- บางรายอาจมีอาการผิวลอก แตก หรืออักเสบร่วมด้วย
- อาการแพ้ยา
- ยาที่ทำให้เกิดการแพ้บ่อย เช่น ยาปฏิชีวนะ (เพนนิซิลลิน) ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs หรือยาชา
- อาการมีตั้งแต่ผื่นคันเล็กน้อยไปจนถึงหายใจลำบาก และภาวะช็อก
- ถือเป็นการแพ้ที่อันตราย ต้องหยุดยา และพบแพทย์ทันที
- อาการแพ้จากแมลงกัดต่อย
- พิษจากผึ้ง ต่อ แตน หรือมดแดงสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้
- บางรายอาจมีเพียงอาการบวมแดงเฉพาะที่ แต่บางรายอาจมีอาการรุนแรง เช่น หายใจไม่ออก หน้ามืด หรือหมดสติ
- จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาโดยด่วน
สัญญาณเตือนของอาการแพ้ที่ไม่ควรมองข้าม
- หายใจลำบาก/หายใจมีเสียงวี๊ด (wheeze) หรือรู้สึกแน่นหน้าอก หอบ เหงื่อแตก
- เสียงแหบ/กลืนลำบาก/คอแน่น ร่วมกับ บวมบริเวณใบหน้า เปลือกตา ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอ
- ผื่นลมพิษกระจายทั่วร่างกาย คันรุนแรง ผิวแดงร้อน หรือบวมแบบกดบุ๋มไม่ลง
- เวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่น ความดันตก รู้สึกจะเป็นลม หรือสติเลือน
- คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย (โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารเสี่ยง/ยาบางชนิดไม่นาน)
- สัญญาณช็อกจากการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis): มีอาการจากอย่างน้อย 2 ระบบขึ้นไป พร้อมกัน เช่น ผิวหนัง + หายใจ + ทางเดินอาหาร + ระบบไหลเวียนโลหิต
- ข้อควรทำทันที: หยุดสัมผัสสิ่งกระตุ้น โทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน, ใช้ อะดรีนาลีนออโต้-อินเจคเตอร์ (ถ้ามี) และนอนราบยกขา ระหว่างรอทีมแพทย์

วิธีวินิจฉัยอาการแพ้
- ซักประวัติอย่างเป็นระบบ
- ช่วงเวลาที่เริ่มมีอาการ ความถี่ ความรุนแรง ความสัมพันธ์กับอาหาร/ยา/สัตว์เลี้ยง/เกสร/ไรฝุ่น/แมลง/อาชีพ/สถานที่
- โรคประจำตัว (หอบหืด ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง) และประวัติครอบครัวที่มีภูมิแพ้
- ตรวจร่างกายเฉพาะระบบ เช่น จมูก/ตา/ผิวหนัง/ปอด ประเมินลมพิษ ผื่นแบบสัมผัส แผลเกา ตาแดงคัน น้ำมูกใส เสียงวี๊ดปลายหายใจ
- การทดสอบเฉพาะทาง
- Skin Prick Test (SPT): หยอดสารก่อภูมิแพ้มาตรฐานบนผิว แล้วสะกิดให้ซึม—อ่านผลภายใน 15–20 นาที (เหมาะกับเกสร ไรฝุ่น ขนสัตว์ อาหารบางชนิด)
- Specific IgE (sIgE) ในเลือด: วัดแอนติบอดี IgE จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้ เหมาะเมื่อใช้ยา/มีผื่นที่ทำ SPT ไม่ได้
- Component-Resolved Diagnostics (CRD): แยกโมเลกุลโปรตีนย่อยของอาหาร/เกสรเพื่อประเมินความเสี่ยงปฏิกิริยารุนแรง และการเกิดข้ามแพ้
- Oral Food Challenge (ภายใต้การดูแลแพทย์): มาตรฐานทองคำเพื่อยืนยันแพ้อาหาร/ประเมินการทนอาหาร (ควรทำเฉพาะในสถานพยาบาลที่พร้อมฉุกเฉิน)
- Patch Test: ทดสอบแพ้สัมผัสผิวหนัง (นิกเกิล น้ำหอม สารกันบูด ฯลฯ) ติดแผ่น 48 ชม. แล้วอ่านผล
- สไปโรมิทรี/พีคโฟลว์/FeNO: ประเมินหอบหืดจากภูมิแพ้
- การคัดแยกโรค (Differential): ไข้หวัด/ไวรัส, ผื่นยาไม่ใช่ภูมิแพ้, ผื่นลมพิษจากการติดเชื้อ, ไมเกรนไซนัส ฯลฯ
- บันทึกอาการ (Symptom diary): จดเวลา อาหาร/กิจกรรม/สถานที่/ยา เพื่อหาแพทเทิร์นร่วมกับผลตรวจ
การรักษาอาการแพ้
หลักการใหญ่: หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น + ควบคุมอาการด้วยยา + พิจารณา ภูมิคุ้มกันบำบัด และ/หรือ ชีววัตถุ ในรายที่เหมาะสม
- การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้
- ไรฝุ่น: ซักเครื่องนอนน้ำอุ่น ≥55°C สัปดาห์ละครั้ง, คลุมกันไรที่ที่นอน/หมอน, ลดของสะสมฝุ่น, คุมความชื้น <50%
- เกสร/มลพิษ: ติดตามดัชนีเกสร/คุณภาพอากาศ, ปิดหน้าต่างช่วงพีค, ใช้แผ่นกรอง/HEPA, ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ
- สัตว์เลี้ยง: จำกัดพื้นที่เข้าห้องนอน, อาบ/แปรงตามคำแนะนำ, ทำความสะอาดพรม–โซฟา
- อาหาร: อ่านฉลากทุกครั้ง ระวังการปนเปื้อนข้าม (cross-contact), พกแผนฉุกเฉินหากแพ้รุนแรง
- แมลงมีพิษ: หลีกเลี่ยงจุดล่อแมลง, ใส่รองเท้า/เสื้อแขนยาวนอกบ้าน, มีแผนใช้อะดรีนาลีน
- ยาเพื่อลดอาการ (ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกร)
- แอนติฮีสตามีนรุ่นที่ 2 (ไม่ง่วง): เซทิริซีน ลอราทาดีน เฟกโซเฟนาดีน—ใช้สำหรับคัน/ลมพิษ/จามน้ำมูก
- สเตียรอยด์พ่นจมูก (INCS): ฟลูติคาโซน/บูเดโซไนด์—ยาหลักของภูมิแพ้จมูกเรื้อรัง ใช้สม่ำเสมอ
- ยาหยอด/พ่นตาแก้แพ้: แอนติฮีสตามีน/โครโมน สำหรับคัน–ตาแดงน้ำตาไหล
- ยาขยายหลอดลม (SABA) + สเตียรอยด์สูด (ICS) สำหรับหอบหืด: ตามแผนควบคุมที่แพทย์กำหนด (+/− LABA, LTRA)
- สเตียรอยด์ทาผิว/ยาทากลุ่มต้านอักเสบ (TCI): สำหรับผื่นผิวหนัง—เลือกความแรง/ตำแหน่งให้เหมาะสม
- ยาลดคัดจมูก: ใช้ระยะสั้นเท่านั้น (ระวังจมูกติดยา เมื่อใช้สเปรย์นานเกิน)
- อะดรีนาลีนฉีดเข้ากล้าม (Epinephrine autoinjector): ยาหลักยุติ Anaphylaxis—ผู้มีประวัติช็อคแพ้ควรพกติดตัวคู่เสมอ
- คอร์ติโคสเตียรอยด์ระบบ/ยาต้านลิวโคไตรอีน: ใช้ในบางข้อบ่งชี้ ภายใต้การดูแลแพทย์
- ภูมิคุ้มกันบำบัด (Allergen Immunotherapy)
- แบบฉีดใต้ผิวหนัง (SCIT) หรืออมใต้ลิ้น (SLIT): ลดความไวต่อเกสร/ไรฝุ่น/พิษแมลง และบางกรณีแพ้อาหารจำเพาะ (เฉพาะศูนย์ที่เชี่ยวชาญ)
- ต้องรักษาต่อเนื่อง 3–5 ปี เพื่อลดอาการ และลดการใช้ยาในระยะยาว
- ชีววัตถุ (Biologics) สำหรับรายดื้อยา/รุนแรง
- Anti-IgE (omalizumab) สำหรับลมพิษเรื้อรัง/หอบหืดจากภูมิแพ้บางชนิด
- Anti-IL-4/13 (dupilumab) สำหรับผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง/หอบหืดบางชนิด
- พิจารณาตามเกณฑ์ และภายใต้แพทย์เฉพาะทาง
การป้องกันอาการแพ้ในชีวิตประจำวัน
- จัดการสิ่งแวดล้อมในบ้าน
- ดูดฝุ่นด้วยเครื่องกรอง HEPA, ถูพื้นชื้นแทนกวาด, ลดพรม/ผ้าม่านหนา, เปิดระบายอากาศ
- คุมความชื้น 40–50% ป้องกันไรฝุ่น/เชื้อรา
- ดูแลช่องจมูก–ดวงตา ด้วยการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเมื่อกลับจากนอกบ้านหรือช่วงเกสรสูง, หลีกเลี่ยงขยี้ตา; ใช้แว่นกันแดดกันเกสร
- เลือกอาหารอย่างปลอดภัย
- อ่านฉลาก สารก่อแพ้ 8–14 กลุ่มหลัก (เช่น ถั่ว เปลือกแข็ง นม ไข่ ข้าวสาลี ถั่วเหลือง ปลา/กุ้งหอย งา ฯลฯ)
- ระวังการปนเปื้อนข้ามในครัวร้านอาหาร/บุฟเฟต์
- วางแผนกิจกรรมนอกบ้าน เช่น ติดตามค่าคุณภาพอากาศ/เกสร, ใส่หน้ากากเมื่อจำเป็น, อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อหลังกลับถึงบ้าน
- สุขอนามัย และการฉีดวัคซีนตามวัย เช่น ล้างมือสม่ำเสมอ ลดการติดเชื้อที่กระตุ้นลมพิษ/หอบหืดกำเริบ
- พกชุดฉุกเฉินหากเคยแพ้รุนแรง เช่น อะดรีนาลีนออโต้-อินเจคเตอร์ 2 ชุด + แผนปฏิบัติฉุกเฉินเป็นลายลักษณ์อักษร + บัตรแจ้งเตือนภาวะแพ้
- ปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการเรื้อรัง/รุนแรง โดยการวางแผนรักษาระยะยาว ลดการพึ่งยาแก้อาการ เพื่อลดความเสี่ยงกำเริบซ้ำ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการแพ้
- อาการแพ้กับโรคภูมิแพ้ต่างกันอย่างไร?
- อาการแพ้ หมายถึงปฏิกิริยาของร่างกายที่เกิดขึ้นเมื่อสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้
- โรคภูมิแพ้ คือภาวะที่มีอาการแพ้เกิดขึ้นเรื้อรังหรือซ้ำบ่อย เช่น ภูมิแพ้จมูก หอบหืดจากภูมิแพ้
- อาการแพ้สามารถหายขาดได้หรือไม่?
- บางคนอาการแพ้อาจหายไปเองเมื่ออายุมากขึ้น เช่น แพ้นมวัวในเด็กเล็ก
- แต่บางคนอาการแพ้จะอยู่ตลอดชีวิต และกลับมาได้หากสัมผัสสารก่อภูมิแพ้อีก
- การแพ้อาหารกับการไม่ย่อยอาหารต่างกันอย่างไร?
- การแพ้อาหาร (Food Allergy) เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน มีอาการรุนแรงได้ เช่น ผื่น หายใจลำบาก หรือช็อก
- การไม่ย่อยอาหาร (Food Intolerance) เช่น แพ้แลคโตส ไม่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน มักทำให้ท้องอืด ปวดท้อง หรือท้องเสีย
- อาการแพ้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้หรือไม่?
- ใช่ ความเสี่ยงในการเกิดภูมิแพ้เพิ่มขึ้นหากพ่อหรือแม่มีประวัติเป็นภูมิแพ้ แต่ไม่จำเป็นต้องแพ้สารชนิดเดียวกัน
- จะรู้ได้อย่างไรว่าเราแพ้อะไร?
- ควรสังเกตอาการที่เกิดขึ้นทุกครั้งหลังสัมผัสสารบางอย่าง
- การตรวจเฉพาะทาง เช่น Skin Prick Test หรือการตรวจเลือดหาค่า IgE จะช่วยยืนยันได้
- ภาวะ Anaphylaxis คืออะไร?
- คือ อาการแพ้รุนแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต มีอาการหลายระบบพร้อมกัน เช่น ผื่นลมพิษ หายใจติดขัด ความดันตก หรือหมดสติ
- ต้องรีบฉีดอะดรีนาลีน (ถ้ามี) และไปโรงพยาบาลทันที
- ยาแก้แพ้สามารถใช้ได้ทุกครั้งที่มีอาการหรือไม่?
- ยาแก้แพ้ (Antihistamine) ใช้บรรเทาอาการได้ในกรณีทั่วไป
- แต่หากอาการรุนแรง เช่น หายใจไม่ออก หน้ามืด ควรไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรพึ่งยาแก้แพ้เพียงอย่างเดียว
- สามารถป้องกันอาการแพ้ได้อย่างไร?
- หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ที่ทราบแน่ชัด
- ทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ ลดฝุ่น และเชื้อรา
- พกยาฉุกเฉินหากเคยมีอาการแพ้รุนแรง
ทำไมควรเลือกตรวจ และรักษาอาการแก้ได้ที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก
- การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิกมีบริการตรวจทางห้องแล็บที่ได้มาตรฐาน รวมถึงการตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ (Allergy Test) ทั้งจากการตรวจเลือด และการทดสอบทางผิวหนัง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการแพ้ ไม่ใช่เพียงการรักษาปลายเหตุ
- ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการดูแลแบบองค์รวม คลินิกมีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านเวชปฏิบัติทั่วไป และโรคภูมิแพ้ พร้อมให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล การรักษาจึงไม่ใช่แค่การให้ยาแก้อาการ แต่รวมถึงการวางแผนป้องกัน และดูแลระยะยาว
- การเข้าถึงที่สะดวกหลายสาขา มีหลายสาขาในภูเก็ต เช่น สาขาหอนาฬิกา และสาขาลากูน่า เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับทั้งคนท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวที่ต้องการบริการที่ได้มาตรฐาน
- การรักษาที่ครอบคลุม นอกจากบริการตรวจ และรักษาอาการแพ้แล้ว ยังมีการดูแลโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น หอบหืด โรคทางเดินหายใจ และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลครบวงจร
- มาตรฐานความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ คลินิกให้ความสำคัญกับมาตรฐานการแพทย์ ความปลอดภัยของผู้ป่วย และการสื่อสารที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจ และอุ่นใจในทุกขั้นตอนการรักษา
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
- บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป ที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก
- อาหารเป็นพิษในภูเก็ต อาการ สาเหตุ และการดูแลเบื้องต้น
อาการแพ้คือการตอบสนองของร่างกายที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานมากเกินไปเมื่อสัมผัสกับสารที่โดยทั่วไปไม่เป็นอันตราย แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยในบางครั้ง แต่อาการแพ้สามารถรุนแรงถึงขั้นอันตรายต่อชีวิตได้ การรู้จักสัญญาณเตือน การวินิจฉัยที่ถูกต้อง และการรักษาที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้ที่มีอาการแพ้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ช่องทางการติดต่อ
สาขาลากูน่า
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me
สาขาในเมือง
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8 ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 228 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmctown.youcanbook.me
สาขาหอนาฬิกา
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาหอนาฬิกา ตั้งอยู่ที่ 206/8 ถ. ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 12.00 – 20.00น. (ช่วงเเรก)
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 696 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me
เอกสารอ้างอิง
- World Health Organization (WHO). Allergies. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/allergies
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Allergies. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.cdc.gov/healthyschools/allergies/index.htm
- American Academy of Allergy, Asthma & Immunology (AAAAI). Conditions & Treatments. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.aaaai.org/conditions-and-treatments
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้และอาการแพ้. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th
- สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). ความรู้เกี่ยวกับภูมิแพ้และการป้องกัน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.thaihealth.or.th
