ทำไมต้องตรวจหัวใจ และหลอดเลือด? เช็กความเสี่ยงก่อนสาย ที่คลินิกในภูเก็ต

ทำไมต้องตรวจหัวใจ และหลอดเลือด? เช็กความเสี่ยงก่อนสาย ที่คลินิกในภูเก็ต

โรคหัวใจ และหลอดเลือด เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประชากรทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงาน และผู้สูงอายุ ปัจจัยเสี่ยงจากไลฟ์สไตล์ เช่น ความเครียด อาหารไขมันสูง การสูบบุหรี่ และขาดการออกกำลังกาย ล้วนส่งผลให้สุขภาพหัวใจเสื่อมถอยเร็วกว่าที่ควร การตรวจหัวใจ และหลอดเลือดจึงไม่ใช่เรื่องของคนป่วย แต่เป็นการป้องกันสำหรับทุกคนที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ และปลอดภัย

ทำไมต้องตรวจหัวใจ และหลอดเลือด? เช็กความเสี่ยงก่อนสาย ที่คลินิกในภูเก็ต

ทำความรู้จักกับโรคหัวใจ และหลอดเลือด

โรคหัวใจ และหลอดเลือด (Cardiovascular Disease – CVD) เป็นกลุ่มของโรคที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ และระบบหลอดเลือด ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจน และสารอาหารไปยังอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย เมื่อระบบนี้ทำงานผิดปกติ อาจทำให้เกิดภาวะที่อันตรายถึงชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว

โรคที่จัดอยู่ในกลุ่มโรคหัวใจ และหลอดเลือด มีอะไรบ้าง?

  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Artery Disease) เกิดจากการที่ไขมันสะสมในผนังหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้หลอดเลือดตีบแคบ หัวใจได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (หัวใจวาย)
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) ภาวะที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการเหนื่อยง่าย บวมที่ขา หรือหายใจลำบาก โดยเฉพาะเวลาเอนตัวลงนอน
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) หัวใจอาจเต้นเร็วเกินไป (tachycardia), ช้าเกินไป (bradycardia) หรือไม่สม่ำเสมอ อาจรู้สึกใจสั่น หน้ามืด วิงเวียน หรือหมดสติเฉียบพลันได้
  • ความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นภัยเงียบที่พบได้บ่อยมากในประชากรไทย ซึ่งหากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง โรคไต และโรคหัวใจวายเฉียบพลัน
  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองตีบหรือแตก ส่งผลให้เซลล์สมองบางส่วนตาย ทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต พูดไม่ชัด หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่นาทีหากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ทำไมโรคหัวใจ และหลอดเลือดจึงน่ากังวล?

โรคหัวใจ และหลอดเลือด (Cardiovascular Disease – CVD) เป็นภัยเงียบที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้ในผู้ที่ดูเหมือนมีสุขภาพดี เพราะโรคเหล่านี้มักพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจนในระยะแรก จึงทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยง จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์เฉียบพลัน เช่น หัวใจวาย หลอดเลือดในสมองตีบหรือแตก ซึ่งในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

รายงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โรคหัวใจ และหลอดเลือดเป็น สาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของประชากรโลก และในประเทศไทย โรคนี้ยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ทุกปี นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และครอบครัว

ปัจจัยเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง

แม้จะไม่มีอาการ แต่หากคุณมีปัจจัยเหล่านี้ ควรระวัง และเข้ารับการตรวจหัวใจอย่างสม่ำเสมอ

  • อายุที่มากขึ้น: โดยเฉพาะเพศชายอายุเกิน 45 ปี และเพศหญิงอายุเกิน 55 ปี
  • พฤติกรรมการบริโภค: เช่น การกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง อาหารเค็ม หรือมีโซเดียมสูง
  • ขาดการออกกำลังกาย: การใช้ชีวิตแบบเนือยนิ่งส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต
  • การสูบบุหรี่ หรือ ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป: ส่งผลต่อหลอดเลือดโดยตรง
  • ประวัติครอบครัว: หากมีญาติสายตรงเป็นโรคหัวใจ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น
  • ภาวะเรื้อรังอื่น ๆ: เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง

ใครบ้างที่ควรตรวจหัวใจ และหลอดเลือด?

ไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการชัดเจนจึงจะเข้ารับการตรวจ หากคุณมีความเสี่ยงข้อใดข้อหนึ่งด้านบน ควรตรวจหัวใจ และหลอดเลือดอย่างน้อย ปีละครั้ง เพื่อเฝ้าระวัง และรับมือกับโรคได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะในกรณีต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี เมื่ออายุเพิ่มขึ้น หลอดเลือด และกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมสภาพลงตามธรรมชาติ การตรวจคัดกรองจึงจำเป็นแม้ไม่มีอาการ
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ พันธุกรรมมีผลอย่างมากต่อการเกิดโรคหัวใจ หากพ่อแม่หรือพี่น้องมีประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจ ควรเฝ้าระวังตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง โรคเหล่านี้เป็นตัวเร่งให้เกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดโดยตรง
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจในทุกช่วงอายุ
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือไม่ออกกำลังกาย ภาวะอ้วนลงพุง ไขมันสะสมในช่องท้อง หรือขาดการเคลื่อนไหว ส่งผลต่อระบบการไหลเวียนโลหิต และทำให้หัวใจทำงานหนักกว่าปกติ
  • ผู้ที่เคยมีอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือหน้ามืดโดยไม่ทราบสาเหตุ

คำแนะนำจากแพทย์: การตรวจหัวใจปีละครั้งสำหรับกลุ่มเสี่ยงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะการตรวจพบเร็วสามารถป้องกันอาการรุนแรงหรือภาวะฉุกเฉินได้

สัญญาณเตือน ที่ไม่ควรมองข้าม

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

แม้ว่าบางคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ และหลอดเลือดจะไม่มีอาการที่ชัดเจนในระยะแรก แต่ร่างกายมักส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่หลายคนอาจมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติหรือเป็นเพียงอาการชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งหากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะรุนแรงโดยไม่ทันตั้งตัว โดยมีอาการดังนี้

  • เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก มักเกิดขึ้นเวลาทำกิจกรรม หรือแม้ขณะพัก หากมีอาการรู้สึกเหมือนมีอะไรหนัก ๆ ทับหน้าอก อึดอัด หรือแสบร้อนบริเวณกลางอก อาจเป็นสัญญาณของภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • หายใจเหนื่อยง่าย หากมีอาการเหนื่อยผิดปกติแม้เพียงเดินขึ้นบันไดเล็กน้อย หรือรู้สึกเหนื่อยทั้งที่ไม่ได้ออกแรงมาก อาจเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจทำงานผิดปกติ
  • ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ อาการเหมือนหัวใจเต้นแรงเกินไป หรือเต้นไม่เป็นจังหวะ บางครั้งอาจรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นชั่วขณะ เป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • วูบ หน้ามืด เหงื่อออกมากผิดปกติ อาการเหล่านี้โดยเฉพาะขณะพักหรือทำกิจกรรมเบา ๆ อาจสื่อถึงการทำงานของหัวใจที่ไม่สมดุล หรือหลอดเลือดตีบเฉียบพลัน
  • ขาบวม เหนื่อยแม้ทำกิจกรรมเบา การบวมที่เท้า และข้อเท้าอาจเกิดจากหัวใจที่ไม่สามารถสูบฉีดเลือดกลับได้ดี หรือภาวะน้ำคั่งในร่างกายซึ่งสัมพันธ์กับหัวใจล้มเหลว

คำแนะนำ: หากคุณมีอาการเหล่านี้บ่อยครั้ง หรือรู้สึกว่าอาการแย่ลง ควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจโดยเร็ว อย่ารอให้อาการรุนแรงจนเกินเยียวยา

การตรวจหัวใจ และหลอดเลือด มีวิธีอะไรบ้าง?

ในปัจจุบัน การตรวจหัวใจ และหลอดเลือดได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ และวางแผนการรักษาได้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยการตรวจต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับแต่ละราย และลักษณะของอาการที่ปรากฏ

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram – ECG) เป็นวิธีที่ง่าย รวดเร็ว และไม่เจ็บตัว ใช้ตรวจจังหวะการเต้นของหัวใจ วัดการนำกระแสไฟฟ้าในหัวใจ ซึ่งช่วยตรวจหาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือสัญญาณของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • การอัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram) ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสร้างภาพเคลื่อนไหวของหัวใจ ช่วยดูการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ และห้องต่าง ๆ ของหัวใจแบบเรียลไทม์ เหมาะสำหรับผู้สงสัยว่ามีภาวะหัวใจล้มเหลว ลิ้นหัวใจรั่ว หรือมีโครงสร้างหัวใจผิดปกติ
  • การทดสอบความทนทานของหัวใจ (Exercise Stress Test) ผู้เข้ารับการตรวจจะต้องวิ่งบนสายพานหรือปั่นจักรยานอยู่กับที่ ขณะเชื่อมต่อกับเครื่อง ECG เพื่อดูว่าหัวใจตอบสนองต่อการออกแรงอย่างไร มักใช้วินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • การตรวจเลือดที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ รวมถึงการตรวจระดับคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ น้ำตาลในเลือด ความดัน และค่าเอนไซม์หัวใจ เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคหัวใจ และหลอดเลือดโดยรวม
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ของหลอดเลือดหัวใจ เป็นการตรวจที่ให้ภาพความละเอียดสูง เพื่อดูว่าหลอดเลือดมีการตีบ ตัน หรือมีคราบไขมันสะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านหลอดอาหาร (Transesophageal Echocardiogram – TEE) ใช้เมื่อต้องการภาพหัวใจที่ชัดเจนกว่าอัลตราซาวนด์ปกติ โดยแพทย์จะสอดหัวตรวจเข้าทางปากถึงหลอดอาหาร ซึ่งอยู่ใกล้กับหัวใจมากกว่า ช่วยให้วินิจฉัยโรคเกี่ยวกับลิ้นหัวใจ และภาวะลิ่มเลือดในหัวใจได้ดีขึ้น
  • การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Cardiac MRI) ใช้กรณีที่ต้องการดูรายละเอียดโครงสร้างของหัวใจ และหลอดเลือดอย่างลึกซึ้ง เป็นการตรวจขั้นสูงที่มีความแม่นยำสูงมาก
ข้อดีของการตรวจหัวใจล่วงหน้า

ข้อดีของการตรวจหัวใจล่วงหน้า

การตรวจหัวใจไม่ใช่แค่สำหรับผู้ที่มีอาการหรือเป็นโรคอยู่แล้วเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพระยะยาว โดยการตรวจล่วงหน้าสามารถให้ประโยชน์ในหลายด้านที่สำคัญ

  • ค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โรคหัวใจมักเริ่มจากความผิดปกติที่ยังไม่แสดงอาการ การตรวจพบเร็วช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพ และป้องกันไม่ให้โรคพัฒนาไปสู่ภาวะรุนแรง
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ทันท่วงที ผลการตรวจสามารถชี้ให้เห็นปัจจัยเสี่ยง เช่น ไขมันในเลือดสูง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย หรือหยุดสูบบุหรี่ ได้ทันเวลา
  • วางแผนการรักษาอย่างมีระบบ หากตรวจพบปัญหา แพทย์สามารถวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้ทันที เช่น การใช้ยา การผ่าตัด หรือการติดตามอาการต่อเนื่อง
  • ลดความเสี่ยงการเสียชีวิตเฉียบพลัน หลายกรณีของโรคหัวใจนำไปสู่การเสียชีวิตแบบเฉียบพลัน โดยไม่มีสัญญาณเตือน การตรวจหัวใจเป็นการลดความเสี่ยงนี้อย่างมีนัยสำคัญ
  • สร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง และคนรอบข้าง การทราบว่าสุขภาพหัวใจของตนอยู่ในเกณฑ์ดีหรือไม่ จะช่วยให้สามารถวางแผนการใช้ชีวิต และดูแลตนเองอย่างเหมาะสมมากขึ้น

ขั้นตอนการตรวจหัวใจ และหลอดเลือด

การตรวจหัวใจ และหลอดเลือดไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนอย่างที่หลายคนกังวล โดยทั่วไปจะประกอบด้วยขั้นตอนที่ชัดเจน ปลอดภัย และไม่เจ็บปวด เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินสภาพหัวใจได้อย่างแม่นยำ ดังนี้:

  • ลงทะเบียน และซักประวัติสุขภาพ เมื่อมาถึงคลินิก ผู้ป่วยจะลงทะเบียน พร้อมกรอกข้อมูลสุขภาพทั่วไป รวมถึงประวัติการเจ็บป่วย โรคประจำตัว ประวัติครอบครัว และพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการออกกำลังกาย
  • วัดความดันโลหิต ชีพจร และตรวจเบื้องต้น พยาบาลจะทำการวัดความดันโลหิต ชีพจร น้ำหนัก ส่วนสูง และตรวจวัดดัชนีมวลกาย (BMI) เพื่อประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นต่อโรคหัวใจ
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) การตรวจ ECG จะใช้แผ่นนำไฟฟ้าแปะตามตำแหน่งต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อวัดจังหวะ และการทำงานของหัวใจ หากหัวใจเต้นผิดปกติ จะสามารถตรวจพบได้ทันที
  • ตรวจเลือดเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง ตัวอย่างเลือดจะถูกนำไปตรวจค่าต่าง ๆ เช่น คอเลสเตอรอล ไขมันในเลือด น้ำตาลในเลือด และค่าไต เพื่อดูว่ามีปัจจัยที่อาจนำไปสู่โรคหัวใจหรือไม่
  • ตรวจอัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram) ขั้นตอนนี้จะใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ในการดูการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ วาล์วหัวใจ และการไหลเวียนของเลือด โดยไม่เจ็บ ไม่ต้องฉีดยา
  • ทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test) ผู้ที่มีข้อบ่งชี้เพิ่มเติม อาจต้องเดินหรือวิ่งบนสายพานเพื่อตรวจหัวใจขณะใช้งานจริง โดยมีทีมแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา
  • แพทย์วิเคราะห์ผล และให้คำแนะนำ เมื่อผลตรวจทั้งหมดพร้อม แพทย์จะสรุปผลการตรวจ พร้อมอธิบายว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ และแนะนำแนวทางการดูแลสุขภาพหัวใจอย่างเหมาะสม เช่น การปรับพฤติกรรม หรือการตรวจติดตามเพิ่มเติม
  • รับคำแนะนำ และนัดหมายตรวจซ้ำ (ถ้าจำเป็น) ในกรณีที่พบความผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามผลในระยะถัดไป หรือส่งต่อเพื่อรับการตรวจละเอียดมากขึ้น เช่น CT Scan หลอดเลือดหัวใจ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจหัวใจ ละหลอดเลือด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจหัวใจ ละหลอดเลือด

Q: การตรวจหัวใจใช้เวลานานหรือไม่?
A: โดยทั่วไป การตรวจหัวใจในคลินิกหรือศูนย์การแพทย์ใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับประเภทของการตรวจที่แพทย์เลือกใช้ เช่น ECG มักใช้เวลาไม่นาน ส่วนการทดสอบหัวใจขณะออกกำลังกายหรือ CT Scan อาจใช้เวลามากขึ้น

Q: หลังตรวจหัวใจแล้วต้องนอนพักโรงพยาบาลหรือไม่?
A: โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องนอนพักในโรงพยาบาล เพราะเป็นการตรวจแบบผู้ป่วยนอก แต่หากพบความผิดปกติหรืออยู่ในภาวะเสี่ยงสูง แพทย์อาจแนะนำให้เฝ้าระวังหรือวางแผนการตรวจเพิ่มเติม

Q: ผู้หญิงควรตรวจหัวใจหรือไม่?
A: แน่นอนว่าผู้หญิงควรตรวจหัวใจเช่นเดียวกับผู้ชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง หลังหมดประจำเดือน ซึ่งฮอร์โมนที่เคยช่วยปกป้องหัวใจจะลดลง ทำให้ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจเพิ่มขึ้น

Q: ควรตรวจหัวใจบ่อยแค่ไหน?
A: สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปี มีโรคประจำตัว หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ควรตรวจ ปีละครั้ง ส่วนผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง อาจตรวจทุก 1–2 ปี ตามคำแนะนำของแพทย์

ทำไมควรเลือกตรวจหัวใจ และหลอดเลือด? ที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก

การตรวจหัวใจ และหลอดเลือดไม่ใช่แค่เรื่องของการตรวจสุขภาพทั่วไป แต่คือการประเมินความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ภาวะวิกฤตอย่าง หัวใจวายเฉียบพลัน หรือ หลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งหากตรวจพบได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะเพิ่มโอกาสในการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสสูญเสียชีวิต

หากคุณอยู่ในจังหวัดภูเก็ต หรือกำลังมองหาสถานที่ที่เชื่อถือได้ในการดูแลสุขภาพหัวใจของคุณ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านมาตรฐาน ความเชี่ยวชาญ และความสะดวกสบาย ดังนี้

  • ทีมแพทย์เฉพาะทางหัวใจดูแลอย่างใกล้ชิด คลินิกมี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ และระบบหลอดเลือด ที่พร้อมให้คำปรึกษาโดยละเอียด วิเคราะห์ความเสี่ยงส่วนบุคคล และแนะนำแนวทางการตรวจที่เหมาะสมตามประวัติสุขภาพของคุณ
  • เครื่องมือ และเทคโนโลยีทันสมัย ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ใช้ เทคโนโลยีระดับโรงพยาบาล เช่น:
    • คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)
    • อัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram)
    • เครื่องตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Stress Test)
    • การตรวจวัดไขมัน และน้ำตาลในเลือด

ทั้งหมดนี้เพื่อความแม่นยำในการวินิจฉัย และติดตามผลสุขภาพของคุณในระยะยาว

  • ตรวจง่าย รวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวนาน คลินิกเปิดบริการทุกวัน พร้อมระบบ นัดหมายออนไลน์ และการตรวจที่ไม่ซับซ้อน ทำให้คุณสามารถเข้ารับบริการได้อย่างรวดเร็ว สะดวกสบาย ไม่เสียเวลานาน
  • บริการอย่างเป็นมิตร ปลอดภัย มั่นใจได้ พนักงาน และบุคลากรทางการแพทย์ของที่นี่ผ่านการฝึกอบรมด้านการบริการ และการดูแลผู้ป่วยอย่างมืออาชีพ พร้อมให้คำแนะนำแบบเข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นการดูแลก่อน-หลังการตรวจ หรือการแปลผลตรวจแบบละเอียด
  • เหมาะสำหรับทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ ด้วยโลเคชันที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองภูเก็ต และบริการที่รองรับทั้งภาษาไทย และอังกฤษ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ป่วยชาวไทย และชาวต่างชาติที่ต้องการตรวจหัวใจด้วยมาตรฐานระดับสากล
  • เน้นการป้องกัน มากกว่ารอให้ป่วย จุดแข็งของที่นี่คือการเน้นการตรวจเชิงป้องกัน เพื่อลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง ช่วยให้คุณวางแผนดูแลสุขภาพหัวใจของตัวเองได้ดียิ่งขึ้นก่อนที่อาการจะเกิดขึ้น

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

การตรวจหัวใจ และหลอดเลือดไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป โดยเฉพาะในยุคที่โรคหัวใจกลายเป็นภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ หากคุณอยู่ในภูเก็ต หรือมีโอกาสมาเยือน การเข้ารับการตรวจจากคลินิกที่มีมาตรฐานคุณภาพ จะช่วยให้คุณรู้เท่าทันโรค วางแผนชีวิตอย่างมั่นใจ และใช้ชีวิตได้อย่างยืนยาว

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 228 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9 
  • จองคิวตรวจออนไลน์     https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาหอนาฬิกา ตั้งอยู่ที่ 206/8 ถ. ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่  อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 12.00 – 20.00น. (ช่วงเเรก)
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

เอกสารอ้างอิง

  • World Health Organization (WHO). Cardiovascular diseases (CVDs). Global facts and prevention strategies. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cardiovascular-diseases-(cvds)
  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Heart Disease Facts. Data, causes, and prevention of heart disease. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/heartdisease/facts.htm
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดในประเทศไทย. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th
  • สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.). ข้อมูลการตรวจสุขภาพหัวใจและการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.nhso.go.th
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส). รายงานวิชาการ: ความชุกของโรคหัวใจและปัจจัยเสี่ยงในประชากรไทย. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.hsri.or.th