โรคหนองใน เป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน โดยหลายคนอาจเริ่มต้นจากอาการเล็ก ๆ เช่น คันบริเวณอวัยวะเพศ แสบเวลาปัสสาวะ หรือมีของเหลวผิดปกติไหลออกมา แต่กลับละเลยเพราะคิดว่าเป็นเพียงการระคายเคืองทั่วไป อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ หนองใน ซึ่งหากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
หลายคนยังเข้าใจผิดว่า หนองในจะต้องมีอาการชัดเจนเสมอ แต่ในความเป็นจริง ผู้ติดเชื้อจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้หญิง อาจไม่มีอาการเลย ทำให้แพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น การรู้จักสังเกตอาการเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เข้ารับการตรวจ และรักษาได้เร็วขึ้น

โรคหนองใน คืออะไร?
โรคหนองใน คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infection: STI) ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ท่อปัสสาวะ ปากมดลูก ทวารหนัก หรือในลำคอ โดยเป็นโรคที่พบได้บ่อยทั้งในผู้ชาย และผู้หญิง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
โรคนี้สามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งระหว่างมีเพศสัมพันธ์ และบางรายอาจไม่มีอาการ ทำให้แพร่เชื้อต่อโดยไม่รู้ตัว หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อระบบสืบพันธุ์ และสุขภาพในระยะยาวได้
โรคหนองในแบ่งออกเป็นกี่ชนิด?
โดยทั่วไป หนองในแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. โรคหนองในแท้ (Gonorrhea) หนองในแท้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Neisseria gonorrhoeae ซึ่งเป็นเชื้อที่ติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์โดยตรง เชื้อนี้มักทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุในร่างกาย เช่น
- ท่อปัสสาวะ
- ปากมดลูก
- ทวารหนัก
- ลำคอ
- เยื่อบุตา
อาการเด่นที่พบบ่อย คือ
- มีหนองไหลจากอวัยวะเพศ
- ปัสสาวะแสบขัด
- เจ็บหรือระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ
- ตกขาวผิดปกติ
ในผู้ชาย อาการมักชัดเจนกว่าผู้หญิง ขณะที่ผู้หญิงจำนวนมากอาจแทบไม่มีอาการ ทำให้ตรวจพบช้า
2. โรคหนองในเทียม หนองในเทียม เป็นกลุ่มอาการติดเชื้อที่มีลักษณะคล้ายหนองในแท้ แต่เกิดจากเชื้ออื่น โดยเชื้อที่พบบ่อยคือ Chlamydia trachomatis
ผู้ติดเชื้ออาจมีอาการ เช่น
- ปัสสาวะแสบ
- คันอวัยวะเพศ
- มีตกขาวหรือสารคัดหลั่งผิดปกติ
- ปวดท้องน้อย
แม้อาการจะดูไม่รุนแรง แต่หากปล่อยไว้ อาจทำให้เกิดภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ และเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยากได้เช่นกัน
โรคหนองในติดต่อได้อย่างไร?
หนองในสามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันได้หลายรูปแบบ ได้แก่
- การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด เป็นช่องทางการติดเชื้อที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเชื้อสามารถติดต่อผ่านน้ำอสุจิ สารคัดหลั่ง หรือการสัมผัสเยื่อบุโดยตรง
- การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก เชื้อสามารถติดบริเวณทวารหนัก ทำให้เกิดอาการคัน เจ็บ หรือมีสารคัดหลั่งผิดปกติได้
- การทำออรัลเซ็กซ์ เชื้อสามารถติดที่ลำคอ ทำให้บางรายมีอาการเจ็บคอหรือคออักเสบ แม้หลายคนจะไม่มีอาการเลยก็ตาม
- การใช้เซ็กซ์ทอยร่วมกัน หากไม่ได้ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม อาจทำให้เชื้อแพร่จากคนหนึ่งสู่อีกคนได้
- การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อหนองในสามารถแพร่เชื้อสู่ทารกระหว่างคลอด ทำให้ทารกเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ดวงตาหรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้
โรคหนองในอันตรายไหม?
แม้หนองในจะรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น
ในผู้หญิง
- อุ้งเชิงกรานอักเสบ
- ท่อนำไข่อุดตัน
- ภาวะมีบุตรยาก
- ตั้งครรภ์นอกมดลูก
ในผู้ชาย
- อัณฑะอักเสบ
- ท่อปัสสาวะตีบ
- ภาวะมีบุตรยาก
ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
- การติดเชื้อในกระแสเลือด
- ข้ออักเสบ
- เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV
ใครบ้างที่เสี่ยงติดโรคหนองใน?
กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่
- ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
- ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย
- ผู้ที่เคยติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก่อน
- ผู้ที่มีคู่นอนติดเชื้อ
- ผู้ที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย
- ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย
นอกจากนี้ ผู้ติดเชื้อ HIV อาจมีโอกาสติดหนองในได้ง่ายขึ้น และการมีหนองในยังเพิ่มความเสี่ยงในการรับและแพร่เชื้อ HIV ด้วย
โรคหนองในไม่มีอาการได้หรือไม่?
คำตอบคือ ได้
หลายคนโดยเฉพาะผู้หญิง อาจไม่มีอาการใด ๆ เลย แม้จะมีเชื้ออยู่ในร่างกาย ทำให้ยังสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้โดยไม่รู้ตัว นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ผู้มีความเสี่ยงควรตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ แม้ไม่มีอาการก็ตาม

อาการโรคหนองใน
อาการของหนองในอาจแตกต่างกันในแต่ละคน บางรายมีอาการชัดเจน ขณะที่บางรายแทบไม่แสดงอาการเลย
1. แสบหรือขัดเวลาปัสสาวะ อาการปัสสาวะแสบ ขัด หรือรู้สึกเจ็บบริเวณท่อปัสสาวะ เป็นหนึ่งในอาการเริ่มต้นที่พบได้บ่อย โดยเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุท่อปัสสาวะจากเชื้อแบคทีเรีย
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่หากมีประวัติเสี่ยงทางเพศร่วมด้วย ควรระวังเรื่องหนองในเช่นกัน
2. มีหนองหรือของเหลวผิดปกติ อาการเด่นของหนองใน คือ การมีของเหลวไหลออกจากอวัยวะเพศ โดยอาจมีลักษณะดังนี้
- สีขาวขุ่น
- สีเหลือง
- สีเขียว
- มีกลิ่นผิดปกติ
ในผู้ชาย มักสังเกตเห็นได้ชัดบริเวณปลายอวัยวะเพศ ส่วนในผู้หญิง อาจมีตกขาวมากผิดปกติจนแยกได้ยากจากการติดเชื้อชนิดอื่น
3. คัน ระคายเคือง หรือปวดบริเวณอวัยวะเพศ บางคนอาจมีอาการคัน แสบ หรือระคายเคืองร่วมด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดการอักเสบมากขึ้น อาการคันเพียงอย่างเดียวอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น เชื้อรา ภูมิแพ้ หรือการระคายเคืองจากสารเคมี ดังนั้นหากมีอาการร่วมอื่น ๆ ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม
4. ปวดท้องน้อย หรือเจ็บอุ้งเชิงกราน ในผู้หญิง หากเชื้อแพร่กระจายเข้าสู่อวัยวะสืบพันธุ์ภายใน อาจทำให้เกิดอาการ
- ปวดท้องน้อย
- เจ็บอุ้งเชิงกราน
- ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
- เลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือน
ภาวะนี้อาจสัมพันธ์กับโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ ซึ่งส่งผลต่อภาวะมีบุตรยากได้ในอนาคต
5. เจ็บคอหรือมีอาการที่ทวารหนัก หากมีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือทางทวารหนัก เชื้อสามารถติดบริเวณดังกล่าวได้ ทำให้เกิดอาการ เช่น
- เจ็บคอ
- คออักเสบ
- ปวดหรือคันบริเวณทวารหนัก
- มีสารคัดหลั่งผิดปกติ
- ถ่ายเจ็บ
หลายครั้งอาการเหล่านี้อาจไม่ชัดเจน ทำให้ผู้ติดเชื้อไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยง
ภาวะแทรกซ้อนของโรคหนองใน
หากไม่ได้รับการรักษา หนองในอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ เช่น
ในผู้หญิง
- อุ้งเชิงกรานอักเสบ
- ท่อนำไข่อุดตัน
- ภาวะมีบุตรยาก
- ตั้งครรภ์นอกมดลูก
ในผู้ชาย
- อัณฑะอักเสบ
- ท่อปัสสาวะตีบ
- ภาวะมีบุตรยาก
ภาวะอื่น ๆ
- การติดเชื้อในกระแสเลือด
- ข้ออักเสบจากการติดเชื้อ
- เพิ่มความเสี่ยงต่อ HIV
เมื่อไรควรรีบพบแพทย์?
ควรเข้ารับการตรวจ หากมีอาการดังต่อไปนี้
- ปัสสาวะแสบขัด
- มีหนองหรือตกขาวผิดปกติ
- คันหรือระคายเคืองอวัยวะเพศ
- ปวดท้องน้อย
- เจ็บคอหลังมีออรัลเซ็กซ์
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
- คู่นอนตรวจพบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
การตรวจเร็ว รักษาเร็ว จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อน และลดการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น

การวินิจฉัยโรคหนองใน
การตรวจหนองในเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยยืนยันว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ เพราะอาการของหนองในอาจคล้ายกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่น หรือบางคนอาจไม่มีอาการเลย การตรวจอย่างถูกต้องจึงช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และลดการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น
ปัจจุบันมีหลายวิธีในการตรวจหาเชื้อหนองใน โดยแพทย์จะเลือกวิธีตรวจตามอาการ ตำแหน่งที่สงสัยว่าติดเชื้อ และพฤติกรรมเสี่ยงของผู้เข้ารับการตรวจ
1. การเก็บสารคัดหลั่งเพื่อตรวจหาเชื้อ เป็นวิธีตรวจที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยแพทย์หรือบุคลากรทางการ แพทย์จะใช้ไม้สวอบ (Swab) เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากบริเวณที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อ เพื่อนำไปตรวจในห้องปฏิบัติการ ตำแหน่งที่นิยมเก็บตัวอย่าง ได้แก่
- ท่อปัสสาวะมักใช้ในผู้ชายที่มีอาการปัสสาวะแสบขัด หรือมีหนองไหลจากปลายอวัยวะเพศ
- ช่องคลอด และปากมดลูก ใช้ตรวจในผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ที่มีตกขาวผิดปกติ ปวดท้องน้อย หรือมีเลือดออกผิดปกติ
- ลำคอ สำหรับผู้ที่มีประวัติออรัลเซ็กซ์ เพราะเชื้อหนองในสามารถติดที่ลำคอได้ แม้บางคนจะไม่มีอาการเจ็บคอก็ตาม
- ทวารหนัก ในผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก อาจต้องเก็บตัวอย่างจากบริเวณนี้เพื่อตรวจหาเชื้อ
- การเก็บสารคัดหลั่งอาจรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย แต่ใช้เวลาไม่นาน และช่วยให้วินิจฉัยโรคได้ตรงจุดมากขึ้น
2. การตรวจปัสสาวะ การตรวจปัสสาวะเป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยม เพราะสะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องใช้การสอดอุปกรณ์เข้าไปในร่างกาย
วิธีนี้ใช้ตรวจหา DNA หรือสารพันธุกรรมของเชื้อหนองในจากปัสสาวะ โดยเฉพาะในผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณท่อปัสสาวะ
ข้อดีของการตรวจปัสสาวะ
- สะดวก
- เจ็บน้อย
- ใช้เวลาตรวจไม่นาน
- เหมาะสำหรับการคัดกรองเบื้องต้น
โดยทั่วไป แพทย์มักแนะนำให้เก็บปัสสาวะแรกของวัน หรือกลั้นปัสสาวะประมาณ 1–2 ชั่วโมงก่อนเก็บตัวอย่าง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจ
3. การตรวจ NAAT (Nucleic Acid Amplification Test)NAAT เป็นวิธีตรวจที่มีความแม่นยำสูงมาก และปัจจุบันถือเป็นมาตรฐานสำคัญในการตรวจหาเชื้อหนองใน
วิธีนี้จะตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อโดยตรง ทำให้สามารถตรวจพบเชื้อได้แม้มีปริมาณน้อย หรือในผู้ที่ยังไม่มีอาการชัดเจน
NAAT สามารถใช้ได้ทั้งกับ
- ตัวอย่างปัสสาวะ
- สารคัดหลั่งจากอวัยวะเพศ
- ตัวอย่างจากลำคอ
- ตัวอย่างจากทวารหนัก
จุดเด่นของการตรวจ NAAT
- ความแม่นยำสูง
- ตรวจพบเชื้อได้เร็ว
- เหมาะกับผู้ไม่มีอาการ
- ช่วยลดโอกาสผลตรวจคลาดเคลื่อน
จึงเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยเฉพาะในสถานพยาบาลที่มีห้องปฏิบัติการมาตรฐาน
ตรวจหนองในเจ็บไหม?
หลายคนกังวลเรื่องความเจ็บในการตรวจ แต่โดยทั่วไป การตรวจหนองในมักทำได้รวดเร็ว และเจ็บเพียงเล็กน้อย หรือบางวิธีแทบไม่เจ็บเลย เช่น การตรวจปัสสาวะ
ในกรณีเก็บสารคัดหลั่ง อาจรู้สึกระคายเคืองชั่วคราวบริเวณที่เก็บตัวอย่าง แต่ส่วนใหญ่จะหายได้เองภายในเวลาไม่นาน
หากผลตรวจเป็นบวก ควรทำอย่างไร?
หากตรวจพบเชื้อหนองใน ควร
- เข้ารับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์
- รับประทานยาให้ครบ
- งดมีเพศสัมพันธ์ระหว่างรักษา
- แจ้งคู่นอนให้เข้ารับการตรวจ
- ตรวจติดตามผลหากแพทย์นัด
การรักษาเร็ว จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะมีบุตรยาก อุ้งเชิงกรานอักเสบ หรือการติดเชื้อแพร่กระจายไปส่วนอื่นของร่างกาย

การรักษาโรคหนองใน
หนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถรักษาให้หายได้ หากได้รับการวินิจฉัย และรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก โดยแพทย์จะพิจารณาวิธีรักษาตามชนิดของเชื้อ ความรุนแรงของอาการ และตำแหน่งที่ติดเชื้อ
ปัจจุบันการรักษาหลัก คือ การใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรค
1. การใช้ยาปฏิชีวนะ แพทย์อาจใช้ยาปฏิชีวนะแบบฉีด ร่วมกับยารับประทาน ขึ้นอยู่กับชนิดของหนองใน และแนวทางการรักษาในช่วงเวลานั้น
ในกรณีหนองในแท้ มักใช้ยาที่สามารถกำจัดเชื้อ Neisseria gonorrhoeae ได้โดยตรง ส่วนหนองในเทียมอาจต้องใช้ยาคนละชนิด เนื่องจากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียต่างกัน
ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น
- รับประทานยาให้ครบตามกำหนด
- ไม่หยุดยาเองแม้อาการดีขึ้น
- ไม่ซื้อยามารับประทานเอง
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะแบบผิดวิธี
เพราะอาจทำให้เกิด เชื้อดื้อยา ซึ่งเป็นปัญหาที่พบมากขึ้นในปัจจุบัน
2.ระหว่างรักษาหนองใน ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
เพื่อให้การรักษาได้ผล และลดโอกาสแพร่เชื้อ ควรดูแลตัวเองดังนี้
- งดมีเพศสัมพันธ์ชั่วคราว ควรงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะรักษาหาย และแพทย์ยืนยันว่าไม่พบเชื้อแล้ว
- ให้คู่นอนเข้ารับการตรวจด้วย แม้คู่นอนจะไม่มีอาการ ก็ควรเข้ารับการตรวจ และรักษาพร้อมกัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อกลับไปกลับมา
- รักษาความสะอาด ดูแลสุขอนามัยบริเวณอวัยวะเพศให้สะอาด และแห้ง หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อการระคายเคือง
- มาพบแพทย์ตามนัด บางกรณีแพทย์อาจนัดตรวจซ้ำ เพื่อประเมินผลการรักษา และตรวจหาเชื้อเพิ่มเติม
โรคหนองในรักษากี่วันหาย?
หลังได้รับยารักษา อาการหลายอย่างอาจเริ่มดีขึ้นภายในไม่กี่วัน เช่น อาการปัสสาวะแสบหรือมีหนองลดลง
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการหายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ชนิดของเชื้อ
- ความรุนแรงของโรค
- การรับประทานยาครบหรือไม่
- มีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่
แม้อาการจะหายแล้ว ก็ยังควรรับประทานยาให้ครบ และตรวจติดตามตามคำแนะนำของแพทย์
โรคหนองในหายเองได้ไหม?
หนองในไม่สามารถหายเองได้ การปล่อยไว้อาจทำให้เชื้อแพร่กระจาย และเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น
- อุ้งเชิงกรานอักเสบ
- ภาวะมีบุตรยาก
- อัณฑะอักเสบ
- การติดเชื้อในกระแสเลือด
นอกจากนี้ ยังเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อ HIV ได้มากขึ้นด้วย
โรคหนองในดื้อยา คืออะไร?
ปัจจุบันพบปัญหา หนองในดื้อยา มากขึ้น หมายถึง เชื้อแบคทีเรียไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะบางชนิด ทำให้รักษายากขึ้น
สาเหตุสำคัญ ได้แก่
- ซื้อยารับประทานเอง
- ใช้ยาไม่ครบ
- ใช้ยาผิดชนิด
- หยุดยาเองก่อนกำหนด
ดังนั้น หากสงสัยว่าติดหนองใน ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย และรักษาอย่างถูกต้อง
หลังรักษาหนองใน สามารถติดซ้ำได้ไหม?
แม้จะรักษาหายแล้ว ก็ยังสามารถติดเชื้อซ้ำได้ หากยังมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
- เปลี่ยนคู่นอนบ่อย
- คู่นอนไม่ได้รับการรักษา
การป้องกันที่ดีที่สุด คือ การใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง และตรวจสุขภาพทางเพศอย่างสม่ำเสมอ
การป้องกันโรคหนองใน
แม้หนองในจะรักษาได้ แต่การป้องกันยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด
- ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ช่วยลดโอกาสสัมผัสสารคัดหลั่ง และลดความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- ตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีคู่นอนหลายคน หรือมีความเสี่ยงสูง
- หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ยิ่งมีคู่นอนหลายคน ความเสี่ยงยิ่งเพิ่มขึ้น
- ไม่ใช้เซ็กซ์ทอยร่วมกัน หรือควรทำความสะอาดทุกครั้งก่อนใช้งาน
- สื่อสารกับคู่นอน การพูดคุยเรื่องการตรวจโรค และการป้องกัน เป็นส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยง
ทำไมควรเลือกตรวจ และรักษาโรคหนองใน ที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก
โรคหนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถรักษาได้ หากตรวจพบเร็ว และได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง แต่หลายคนมักละเลยอาการเริ่มต้น เช่น ปัสสาวะแสบขัด คัน มีหนอง หรือตกขาวผิดปกติ จนทำให้เชื้อลุกลาม และเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
การเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ และให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว จึงเป็นสิ่งสำคัญในการตรวจ และรักษาโรคหนองใน ซึ่ง ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการตรวจวินิจฉัย การรักษา และการดูแลผู้เข้ารับบริการอย่างครบวงจร
- มีบริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แบบครบวงจร ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิด ไม่เฉพาะหนองในเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโรคที่มักพบร่วมกัน เช่น
- หนองในแท้
- หนองในเทียม
- ซิฟิลิส
- HIV
- เริม
- หูดหงอนไก่
- ช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยง และวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
- มีวิธีตรวจที่หลากหลาย และทันสมัย ทางคลินิกมีบริการตรวจหลายรูปแบบ เพื่อให้เหมาะกับอาการ และตำแหน่งที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อ เช่น
- การเก็บสารคัดหลั่ง
- การตรวจปัสสาวะ
- การตรวจหาเชื้อด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการ
- การตรวจแบบ NAAT ซึ่งมีความแม่นยำสูง
- ช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบเชื้อได้อย่างถูกต้อง แม้ในผู้ที่ยังไม่มีอาการชัดเจน
- ดูแลโดยทีมแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ การรักษาโรคหนองในไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เพราะอาจทำให้รักษาไม่หายหรือเกิดภาวะเชื้อดื้อยาได้ ที่ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ผู้เข้ารับบริการจะได้รับการประเมินอาการและดูแลโดยทีมแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมตามชนิดของเชื้อ และอาการของแต่ละบุคคล
- ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน หลายคนรู้สึกกังวลหรือไม่มั่นใจในการเข้ารับการตรวจ ที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของผู้เข้ารับบริการ ช่วยให้สามารถเข้ารับคำปรึกษา ตรวจ และรักษาได้อย่างสบายใจมากขึ้น
- เดินทางสะดวก มีหลายสาขาในภูเก็ต ทางคลินิกมีหลายสาขาในจังหวัดภูเก็ต ช่วยให้ผู้เข้ารับบริการสามารถเลือกสาขาที่สะดวกต่อการเดินทางได้ง่ายขึ้น ทั้งสำหรับคนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยว
- ตรวจเร็ว รู้ผลเร็ว เข้ารับการรักษาได้ทันที โรคหนองในหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น
- อุ้งเชิงกรานอักเสบ
- ภาวะมีบุตรยาก
- อัณฑะอักเสบ
- การติดเชื้อแพร่กระจาย
- การตรวจเร็ว และเริ่มรักษาอย่างเหมาะสม จะช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาเหล่านี้ และลดการแพร่เชื้อสู่คู่นอนได้
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจ หากมีอาการ เช่น
- ปัสสาวะแสบขัด
- มีหนองไหลจากอวัยวะเพศ
- ตกขาวผิดปกติ
- คันหรือระคายเคืองอวัยวะเพศ
- เจ็บคอหลังมีออรัลเซ็กซ์
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
- เปลี่ยนคู่นอนบ่อย
- แม้ไม่มีอาการ แต่หากมีพฤติกรรมเสี่ยง ก็ควรตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ได้มีแค่ HIV รู้จัก 5 โรคฮิตที่ต้องระวัง
- บริการตรวจหาเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก
อาการคัน แสบ หรือมีหนอง อาจไม่ใช่เพียงการระคายเคืองทั่วไป แต่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคหนองใน ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อย และสามารถแพร่เชื้อได้ง่าย แม้บางคนจะไม่มีอาการ แต่เชื้อยังสามารถทำลายสุขภาพ และแพร่ต่อได้ ดังนั้น หากมีความเสี่ยงหรือมีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม และป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
ช่องทางการติดต่อ
สาขาลากูน่า
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me
สาขาในเมือง
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8 ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 228 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmctown.youcanbook.me
สาขาหอนาฬิกา
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาหอนาฬิกา ตั้งอยู่ที่ 206/8 ถ. ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 12.00 – 20.00น. (ช่วงเเรก)
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 696 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me
เอกสารอ้างอิง
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Gonorrhea – CDC Fact Sheet. ข้อมูลเกี่ยวกับอาการ การติดต่อ และการรักษาโรคหนองใน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/std/gonorrhea/stdfact-gonorrhea.htm
- World Health Organization (WHO). Gonorrhoea Fact Sheet. ข้อมูลโรคหนองใน แนวทางป้องกัน และผลกระทบต่อสุขภาพ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/gonorrhoea
- Planned Parenthood Federation of America. Gonorrhea. ข้อมูลอาการ การตรวจ และการรักษาโรคหนองใน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.plannedparenthood.org/learn/stds-hiv-safer-sex/gonorrhea
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ความรู้เรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคหนองใน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th
- สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร. โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยในวัยรุ่นและวัยทำงาน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://health.bangkok.go.th
