ตับ ถือ เป็นอวัยวะสำคัญที่ทำงานตลอดเวลา ทั้งการย่อยอาหาร กำจัดสารพิษ สร้างพลังงาน และควบคุมระบบการทำงานของร่างกาย แต่สิ่งที่ทำให้โรคตับอันตรายที่สุดก็คือ มักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะเริ่มต้น หลายคนใช้ชีวิตตามปกติ โดยไม่รู้เลยว่าตับของตัวเองกำลังถูกทำลายอย่างเงียบ ๆ จนกว่าจะเข้าสู่ระยะรุนแรงที่รักษาได้ยาก
เราจะพาคุณไปรู้จักสัญญาณเงียบของโรคตับ ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ โดยเฉพาะในจังหวัด ภูเก็ต ที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตคนทำงานกลางคืน การสังสรรค์ และอาหารรสจัด พร้อมแนวทางตรวจสุขภาพตับที่ทำได้จริง เพื่อป้องกันไม่ให้ตับพังก่อนสายเกินแก้ไข

โรคตับ คืออะไร?
โรคตับ คือ กลุ่มภาวะที่ทำให้เซลล์ตับอักเสบ เสียหาย หรือทำงานผิดปกติ เมื่อความเสียหายสะสมมากขึ้น ตับจะสูญเสียความสามารถในการทำงานที่จำเป็นต่อชีวิต เช่น กำจัดสารพิษ ควบคุมพลังงาน และสร้างโปรตีนสำคัญ ผลที่ตามมาคือภาวะแทรกซ้อนตั้งแต่เล็กน้อย (อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร) ไปจนถึงรุนแรง (ตาเหลือง ตัวเหลือง เลือดออกง่าย ท้องมาน สมองเสื่อมจากตับ)
ตับทำงานอย่างไร? ทำไมสำคัญต่อชีวิต
ตับทำงานหลายด้านและทำตลอดเวลา (24/7) งานสำคัญมีดังนี้
- กรองสารพิษ กำจัด/เปลี่ยนสภาพแอลกอฮอล์ ยา สารเคมี รวมถึงของเสียจากกระบวนการเผาผลาญ เพื่อลดพิษก่อนปล่อยสู่กระแสเลือด
- สร้างน้ำดี ผลิตน้ำดีส่งไปถุงน้ำดีและลำไส้เล็ก ช่วยย่อยและดูดซึมไขมัน และวิตามินที่ละลายในไขมัน (A, D, E, K)
- ควบคุมน้ำตาลและพลังงาน เก็บกลูโคสเป็นไกลโคเจนและสลายปล่อยเมื่อร่างกายต้องการ พลังงานขาด—ตับยังสร้างน้ำตาลใหม่จากกรดอะมิโน/แลคเตท (gluconeogenesis)
- สร้างโปรตีนสำคัญ เช่น อัลบูมิน (รักษาสมดุลของของเหลว) และ ปัจจัยการแข็งตัวของเลือด (หยุดเลือด) รวมถึงโปรตีนลำเลียงฮอร์โมน/สารอาหาร
- ระบบภูมิคุ้มกันแนวหน้า เซลล์คุพเฟอร์ (Kupffer cells) ในตับช่วยจับเชื้อ/สารแปลกปลอมที่มาจากลำไส้ ลดการติดเชื้อกระจายสู่ร่างกาย
- เมแทบอลิซึมไขมันและคอเลสเตอรอล สังเคราะห์/สลายไตรกลีเซอไรด์ ควบคุมคอเลสเตอรอลและไลโปโปรตีน
- เปลี่ยนแอมโมเนียเป็นยูเรีย ลดพิษของแอมโมเนียจากการสลายโปรตีน ป้องกันผลต่อสมอง
- กักเก็บวิตามินและแร่ธาตุ เช่น วิตามิน A, B12, โฟเลต, ธาตุเหล็ก (เฟอร์ริติน) และทองแดง
เพราะตับทำหลายบทบาทพร้อมกัน การเสียหน้าที่เพียงบางอย่างก็ส่งผลเป็นลูกโซ่ เช่น โปรตีนเลือดต่ำ → บวม/ท้องมาน, ปัจจัยการแข็งตัวต่ำ → เลือดออกง่าย, กำจัดพิษแย่ลง → สมองสับสน
ทำไมอันตรายแม้ยังไม่มีอาการ
- ตับชดเชยการทำงานที่หายไปได้ระยะหนึ่ง → อาการมักมาช้า
- เมื่อเริ่มมีอาการเด่น ๆ อย่างดีซ่าน (ตา/ตัวเหลือง) มักหมายถึงโรคเดินทางมาไกลแล้ว
- หลายพฤติกรรมเสี่ยง (ดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง น้ำหนักเกิน ยา/สมุนไพรบางชนิด) ทำร้ายตับแบบ ค่อยเป็นค่อยไป
สัญญาณเงียบที่บอกว่าตับอาจกำลังพัง
แม้ยังไม่รุนแรง ร่างกายอาจส่งสัญญาณเตือนแบบไม่ดังมาก ดังนี้
- อ่อนเพลียเรื้อรัง นอนพอแต่ยังเหนื่อยง่าย สมาธิลดลง
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ เบื่ออาหาร คลื่นไส้บ่อย
- แน่นท้อง ท้องอืด รู้สึกตื้อ ๆ หลังมื้ออาหารเล็กน้อย
- ผิวหนังคัน (โดยเฉพาะตอนกลางคืน) จากเกลือน้ำดีคั่ง
- ฟกช้ำง่าย เลือดออกง่าย/เลือดกำเดาไหลบ่อย เพราะปัจจัยการแข็งตัวต่ำ
- ผิวหมองคล้ำ ซีด เล็บขาว ปลายมือแดง (บางราย)
- กลิ่นปาก/ลมหายใจผิดปกติ ที่ไม่สัมพันธ์กับสุขภาพช่องปาก
อาการเหล่านี้มักถูกโยนความผิดให้เครียด/พักผ่อนไม่พอ แต่ถ้าเกิดบ่อย/นาน ควรตรวจเลือดดูการทำงานของตับ
สัญญาณที่ไม่เงียบแล้ว (ควรพบแพทย์ด่วน): ตา/ตัวเหลือง ปัสสาวะเข้ม อุจจาระซีด ท้องโตเร็ว ขาบวม เลือดออกง่ายผิดปกติ มึนงง สับสน อาเจียนเป็นเลือด/อุจจาระดำ หรือปวดชายโครงขวารุนแรง

โรคตับที่พบบ่อย
- โรคตับไขมันพอก (Fatty Liver / MASLD)
- เกี่ยวข้องกับ ภาวะอ้วนลงพุง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และพฤติกรรมกิน-นั่ง-ไม่ออกกำลัง
- ส่วนใหญ่เงียบสนิท แต่บางรายลุกลามเป็น ตับอักเสบจากไขมัน → พังผืด → ตับแข็ง → มะเร็งตับ
- แนวทางหลัก: ลดน้ำหนัก 7–10% คุมเบาหวาน/ไขมัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลี่ยงแอลกอฮอล์
- ไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง (Hepatitis B, C)
- ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัวได้ (ตั้งแต่แรกเกิด/เพศสัมพันธ์/เข็ม/เลือด)
- การอักเสบเรื้อรังเพิ่มความเสี่ยง ตับแข็งและมะเร็งตับ
- ปัจจุบัน รักษาไวรัสซีให้หายขาดได้ ด้วยยาต้านไวรัสรุ่นใหม่ และ ยาควบคุมไวรัสบีได้ดี ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
- โรคตับแข็ง (Cirrhosis)
- ผลปลายทางของการอักเสบเรื้อรังทุกสาเหตุ เกิดพังผืดแทนที่เนื้อตับ
- ภาวะแทรกซ้อน: ท้องมาน เส้นเลือดขอดหลอดอาหารแตก เลือดออกง่าย ติดเชื้อง่าย สมองเสื่อมจากตับ
- ต้องติดตามใกล้ชิด ประเมินปลูกถ่ายตับในรายรุนแรง
- มะเร็งตับ (Hepatocellular Carcinoma)
- มักเกิดบนพื้นฐานตับแข็ง/ไวรัสบีเรื้อรัง/ไขมันพอกตับร่วมเมตาบอลิก
- หากพบเร็ว รักษาได้หลายวิธี: ผ่าตัด เผาเนื้อร้าย จี้ด้วยความร้อน การอุดหลอดเลือด ปรับภูมิคุ้มกัน/ยามุ่งเป้า
- กลุ่มเสี่ยงควร อัลตราซาวด์ + ตรวจ AFP ทุก 6 เดือน
- อื่น ๆ ที่ควรรู้ (พบน้อยกว่าแต่สำคัญ)
- พิษจากยา/สมุนไพร/อาหารเสริม (เช่น พาราเซตามอลเกินขนาด สมุนไพรไม่ขึ้นทะเบียน)
- ตับอักเสบภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง (Autoimmune)
- โรคคั่งน้ำดีเรื้อรัง (PBC/PSC)
- เหล็กเกิน (Hemochromatosis), วิลสัน (สะสมน้ำทองแดง)
ภาวะแทรกซ้อนของโรคตับ
- ดีซ่าน (Jaundice) — ตาเหลือง ตัวเหลือง
- เกิดจากอะไร: บิลิรูบินคั่งในเลือดเพราะตับแปรสภาพ/ระบายออกทางน้ำดีได้ลดลง
- สังเกตอย่างไร: ตา/ผิวเหลือง, ปัสสาวะเข้มคล้ายชาดำ, อุจจาระซีด, คันผิ
- ทำไมอันตราย: บ่งชี้ว่าการทำงานของตับแย่ลงชัดเจน หรือระบบท่อน้ำดีมีปัญหา (อุดตัน/อักเสบ)
- ควรทำ: รีบพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและอัลตราซาวด์/เอกซเรย์เพิ่มเติม
- ท้องมาน (Ascites) — น้ำในช่องท้อง
- เกิดจากอะไร: ความดันหลอดเลือดพอร์ทัลสูง + อัลบูมินต่ำ ทำให้น้ำรั่วเข้าช่องท้อง
- สังเกตอย่างไร: ท้องโตเร็ว แน่นอึดอัด หายใจลำบาก รองเท้าคับเพราะขาบวม
- ภาวะแทรกซ้อนสำคัญ: การติดเชื้อน้ำในท้อง (SBP) มีไข้ ปวดท้อง กดเจ็บ—ภาวะฉุกเฉิน
- ดูแลเบื้องต้น: จำกัดเกลือ (โซเดียม) ตามแพทย์สั่ง, ใช้ยาขับปัสสาวะ, ดูน้ำหนัก/รอบเอวทุกวัน, หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์
- ภาวะสมองเสื่อมจากตับ (Hepatic Encephalopathy)
- เกิดจากอะไร: สารพิษ (เช่น แอมโมเนีย) ที่ตับกำจัดไม่ไหวไหลเวียนไปสมอง
- สังเกตอย่างไร: ซึม สับสน สมาธิลด มือสั่น เขียนหนังสือเหมือนลายมือเด็ก หรือง่วงมากผิดปกติ
- ตัวกระตุ้นที่พบบ่อย: ท้องผูก, ติดเชื้อ, เลือดออกในทางเดินอาหาร, ขาดน้ำ, ใช้ยากดประสาท
- ต้องทำ: พบแพทย์ด่วน มักรักษาด้วยยาช่วยขับของเสียทางลำไส้/ปรับจุลชีพ และแก้ปัจจัยกระตุ้น
- ข้อควรระวัง: ระยะอาการห้ามขับรถ/ทำงานกับเครื่องจักร
- เลือดออกง่าย หยุดยาก (Coagulopathy & Thrombocytopenia)
- กลไก: ตับสร้างปัจจัยการแข็งตัวเลือดได้น้อยลง + ม้ามโต (จากพอร์ทัลความดันสูง) ทำให้เกล็ดเลือดต่ำ
- สัญญาณ: ช้ำง่าย เลือดกำเดา/เลือดเหงือกไหลบ่อย ประจำเดือนมากผิดปกติ แผลหยุดเลือดยาก
- ความเสี่ยงสำคัญ: เส้นเลือดขอดหลอดอาหารแตก (อาเจียนเป็นเลือด/ถ่ายดำ) ต้องรักษาเร่งด่วน
- มะเร็งตับ (Hepatocellular Carcinoma)
- ใครเสี่ยง: ตับแข็ง, ไวรัสบีเรื้อรัง, ไขมันพอกตับร่วมเมตาบอลิก, ดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง
- คัดกรอง: อัลตราซาวด์ช่องท้อง + ค่า AFP ทุก 6 เดือน ในกลุ่มเสี่ยง
- รักษา: ขึ้นกับระยะ—ผ่าตัด/จี้ด้วยความร้อน/อุดหลอดเลือดเลี้ยงก้อน/ยามุ่งเป้า–ภูมิคุ้มกัน/ปลูกถ่ายตับ

การวินิจฉัยโรคตับ
- ประวัติ–ตรวจร่างกาย พฤติกรรมเสี่ยง (ดื่ม, ยา/สมุนไพร, เข็ม, เพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน), โรคร่วม (เบาหวาน, อ้วนลงพุง) และสัญญาณทางกาย (ตาเหลือง, ตับ/ม้ามโต, ท้องมาน, ฝ่ามือแดง, เส้นเลือดฝอย)
- ตรวจเลือด (Liver Function Tests + อื่น ๆ)
- ALT/AST: การอักเสบของตับ
- ALP/GGT: ระบบน้ำดี/ท่อน้ำดี
- บิลิรูบิน, อัลบูมิน, INR: ประเมินสมรรถนะตับ
- เกล็ดเลือด: มักต่ำในพอร์ทัลความดันสูง
- คัดกรองสาเหตุ: HBsAg/Anti-HBc/Anti-HCV, น้ำตาล–ไขมัน, เฟอร์ริติน/ทรานสเฟอร์ริน, แอนติบอดีภูมิคุ้มกัน, เซรูโลพลาสมิน (กรณีสงสัยเฉพาะ)
- ภาพถ่ายและประเมินพังผืด
- อัลตราซาวด์ช่องท้อง: ไขมันพอก ก้อนตับ ทางเดินน้ำดี
- Elastography (FibroScan): วัดความแข็งเพื่อบอกระดับพังผืด (ไม่ต้องเจาะ)
- CT/MRI: เมื่อสงสัยก้อน/ท่อน้ำดีอุดตัน
- การเจาะชิ้นเนื้อตับ (Biopsy) ใช้เมื่อจำเป็นต้องยืนยันชนิดโรค/ระยะพังผืด หรือมีผลตรวจขัดแย้งกัน
การรักษาโรคตับ
- การปรับพฤติกรรม (พื้นฐานที่สุด)
- งดแอลกอฮอล์ อย่างจริงจัง
- ควบคุมน้ำหนัก (เป้าหมายลด 7–10% หากน้ำหนักเกิน/อ้วน)
- โภชนาการสมดุล ลดหวาน–มัน–ทอด เพิ่มผักผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนดี (ปลา/ถั่ว)
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แอโรบิก + แรงต้าน รวม ≥150 นาที/สัปดาห์
- นอนพอ–จัดการความเครียด (สมาธิ/หายใจช้า/โยคะ)
- ใช้ยา/สมุนไพรอย่างระมัดระวัง ปรึกษาแพทย์–เภสัชเสมอ
- การใช้ยา (ตามสาเหตุ)
- ยาต้านไวรัส: ไวรัสบี/ซี
- ยาควบคุมการอักเสบ/ภูมิคุ้มกัน: โรคตับอักเสบภูมิคุ้มกัน (ตามแพทย์เฉพาะทาง)
- ยาสำหรับโรคน้ำดีคั่ง: เช่น UDCA ใน PBC (ภายใต้คำแนะนำแพทย์)
- คุมโรคร่วม: เบาหวาน, ไขมัน, ความดัน — ลดปัจจัยทำลายตับต่อเนื่อง
- การจัดการภาวะแทรกซ้อน (ตัวอย่างสำคัญ)
- ท้องมาน: จำกัดเกลือ + ยาขับปัสสาวะ, เจาะระบายน้ำเมื่อจำเป็น, ป้องกัน/รักษา SBP
- เส้นเลือดขอดแตก: ยาลดความดันพอร์ทัล, ส่องกล้องรัดเส้นเลือดขอด, ให้เลือด/ยาระงับกรด–ยาปฏิชีวนะ (กรณีฉุกเฉิน)
- สมองเสื่อมจากตับ: ยาระบายเฉพาะทาง/ปรับจุลชีพ + แก้ปัจจัยกระตุ้น
- เลือดออกง่าย: จัดการเหตุร่วม (เช่น ขาดวิตามิน K), เฝ้าระวัง–เลี่ยงหัตถการเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
- การรักษาขั้นสูง
- ทำลายก้อน/อุดหลอดเลือดเลี้ยงก้อน (RFA/MWA/TACE/TARE)
- ผ่าตัดตัดก้อน (ในรายคัดกรองเหมาะสม)
- ปลูกถ่ายตับ: เมื่อเข้าสู่ตับวายเรื้อรัง/มะเร็งตับในเกณฑ์ที่เหมาะสม
การป้องกันโรคตับ
- ตรวจสุขภาพตับประจำปี (กลุ่มเสี่ยงทุก 6–12 เดือน)
- ฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ/บี หากยังไม่เคย/ไม่มีภูมิ
- อาหารเพื่อสุขภาพตับ: ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนไม่ติดมัน ไขมันดี; ลดน้ำตาล/ของทอด/โซเดียมสูง
- ออกกำลังกาย 3–5 วัน/สัปดาห์ รวม ≥150 นาที/สัปดาห์
- จัดการความเครียด: สมาธิ โยคะ เดินจงกรม นอนให้พอ
- ใช้ยาอย่างปลอดภัย: เลี่ยงยาแก้ปวด/ยาสมุนไพรที่ไม่จำเป็นหรือขนาดสูงผิดปกติ ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
- คัดกรองมะเร็งตับในกลุ่มเสี่ยง: อัลตราซาวด์ + AFP ทุก 6 เดือน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคตับ
โรคตับ คืออะไร?
โรคตับคือภาวะที่ตับทำงานผิดปกติจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น การสะสมไขมัน, การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ, การดื่มแอลกอฮอล์, ยา/สารพิษ หรือโรคพันธุกรรม เมื่อเซลล์ตับถูกทำลายสะสม อาจนำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับได้
โรคตับมีอาการอย่างไร?
ในระยะเริ่มต้นอาจไม่มีอาการ หรือมีเพียงความเหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ น้ำหนักลด อาการที่ชัดเจนมักมาทีหลัง เช่น ตาเหลือง ตัวเหลือง ท้องมาน ขาบวม เลือดออกง่าย
โรคตับเกิดจากอะไรบ้าง?
- ไวรัสตับอักเสบ B และ C
- การดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง
- โรคตับไขมันพอก (จากอ้วน เบาหวาน ไขมันสูง)
- ยา สมุนไพร หรือสารพิษบางชนิด
- โรคพันธุกรรม เช่น Wilson’s disease, Hemochromatosis
โรคตับตรวจได้อย่างไร?
- ตรวจเลือดดูการทำงานของตับ (Liver Function Test)
- อัลตราซาวด์ช่องท้องหรือ FibroScan ดูพังผืดและไขมันในตับ
- ตรวจไวรัสตับอักเสบ
- การเจาะชิ้นเนื้อตับ (ในกรณีที่ต้องยืนยันโรค)
โรคตับรักษาได้หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค เช่น
- ตับไขมันพอก: ปรับพฤติกรรมและลดน้ำหนักสามารถดีขึ้นได้
- ไวรัสตับอักเสบซี: มียารักษาให้หายขาดได้
- ไวรัสตับอักเสบบี: มียาควบคุม ลดการทำลายตับและป้องกันตับแข็ง
- ตับแข็งขั้นรุนแรง: อาจต้องปลูกถ่ายตับ
โรคตับป้องกันได้อย่างไร?
- ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอและบี
- งดแอลกอฮอล์
- ควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกาย
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เลี่ยงของทอด มัน เค็มจัด
- ตรวจสุขภาพตับประจำปี โดยเฉพาะผู้มีปัจจัยเสี่ยง
โรคตับเกี่ยวข้องกับการดื่มเหล้าอย่างเดียวหรือไม่?
ไม่ใช่ครับ โรคตับเกิดได้จากหลายสาเหตุ แม้ไม่ดื่มเหล้าก็เป็นได้ เช่น ไวรัสตับอักเสบหรือโรคตับไขมันพอกจากความอ้วน
อาการตาเหลือง ตัวเหลือง แสดงว่าเป็นโรคตับเสมอหรือไม่?
ไม่เสมอไป แต่อาการนี้เป็นสัญญาณสำคัญว่าตับหรือระบบน้ำดีผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
โรคตับเป็นโรคติดต่อหรือไม่?
ไม่ทุกรูปแบบ แต่บางชนิด เช่น ไวรัสตับอักเสบ B และ C ติดต่อได้ผ่านเลือด เพศสัมพันธ์ และจากแม่สู่ลูก ขณะที่โรคตับจากไขมันหรือแอลกอฮอล์ ไม่ติดต่อ
ควรตรวจสุขภาพตับบ่อยแค่ไหน?
อย่างน้อยปีละครั้งสำหรับคนทั่วไป และทุก 6 เดือนในผู้มีความเสี่ยงสูง (เช่น ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ, ดื่มเหล้าเรื้อรัง, อ้วน เบาหวาน, มีประวัติมะเร็งตับในครอบครัว)
ทำไมควรเลือกรักษาโรคตับที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก
- ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางตับและระบบทางเดินน้ำดี
- มีแพทย์เฉพาะทางด้านตับ (Hepatologist) หรือแพทย์ระบบทางเดินอาหารที่มีประสบการณ์สูง
- มีทีม multi-disciplinary (หลายสาขา) เช่น อัลตราซาวด์, รังสีวินิจฉัย, เภสัช, โภชนาการร่วมดูแล
- อุปกรณ์ตรวจวินิจฉัยทันสมัย
- Ultrasound ความละเอียดสูง (อัลตราซาวด์ช่องท้อง) ตรวจไขมันพอกตับ ก้อน ความผิดปกติของท่อน้ำดี
- FibroScan หรือ Elastography เพื่อประเมินพังผืดโดยไม่เจ็บตัว
- ตรวจเลือดครบชุด (Liver Function Tests, Viral Serology, etc.)
- บริการครบวงจร (One-Stop Service)
- ตรวจวินิจฉัย ครบในที่เดียว: ซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ภาพถ่ายทางการแพทย์
- ให้คำปรึกษาทางโภชนาการ และแนวทางปรับไลฟ์สไตล์ร่วมกับการรักษา
- มีการติดตามผลและปรับแผนการรักษาตามการตอบสนองของผู้ป่วย
- ความสะดวกในการเข้าถึง
- ตั้งอยู่ในภูเก็ต ใกล้ชุมชน/โรงแรม/ที่พัก ซึ่งเหมาะทั้งคนท้องที่ นักท่องเที่ยว หรือผู้ที่เดินทางมารักษา
- เวลาทำการที่ยืดหยุ่น บริการตรวจนอกเวลา (ถ้ามี) สำหรับคนที่ไม่สามารถมาช่วงเวลาทำงานปกติ
- การดูแลที่เป็นส่วนบุคคล (Personalized care)
- วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงเฉพาะบุคคล เช่น น้ำหนัก, เบาหวาน,ดื่มแอลกอฮอล์,ประวัติครอบครัว
- วางแผนการรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคน ไม่ใช้สูตรเดียวกับทุกคน
- มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย
- ใช้อุปกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานการรับรอง
- การดูแลตามแนวทางทางการแพทย์สากล เช่น แนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO), แนวทางโรคไวรัสตับอักเสบ หรือแนวทางโรคตับแข็ง
- ทีมแพทย์มีการรับรองและต่อยอดความรู้เป็นประจำ
- บริการภาษาและวัฒนธรรมรองรับ
- พนักงาน/แพทย์ที่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ชัดเจน และถ้ามี รองรับภาษาอังกฤษ/ภาษาต่างประเทศ สำหรับคนต่างถิ่น/นักท่องเที่ยว
- เข้าใจกับวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น เรื่องอาหาร หรือวิถีชีวิตของคนภูเก็ต/ภาคใต้
- ค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนและโปร่งใส
- มีการประเมินค่าใช้จ่ายตั้งแต่ต้น (การตรวจ การรักษา) ไม่แอบแฝงค่าบริการ
- มีตัวเลือกแพ็คเกจตรวจสุขภาพตับหรือ screening สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจเช็กก่อนมีอาการ
- ความรวดเร็วในการตอบสนองและติดตามผล
- นัดหมายและตรวจได้เร็ว ไม่ต้องรอนาน
- มีระบบติดตามผล รู้ผลตรวจ/ผลรักษา และนัดตามกลับเพื่อประเมินการตอบสนอง
- อยู่ในจุดที่ผู้ป่วยมีทางเลือกอื่นเข้าถึงได้ง่าย
- ภูเก็ตมีสนามบิน มีโรงแรมที่พักสำหรับผู้เดินทางมารักษา (Medical tourism) ถ้าคลินิกรองรับ ก็สะดวกทั้งคนท้องถิ่นและผู้เดินทางเพื่อการแพทย์
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
- ฉีดวัคซีนป้องกันโรคในภูเก็ต รู้ก่อน ป้องกันก่อน ปลอดภัยกว่า
- บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป ที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก
โรคตับ คือ ภัยเงียบที่รอวันปะทุ สัญญาณเล็กน้อยอย่างอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หรือแน่นท้อง อาจเป็นสัญญาณแรกที่บอกว่าตับของคุณกำลังถูกทำลาย การตรวจสุขภาพตับจึงเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นประจำ โดยเฉพาะในจังหวัด ภูเก็ต ที่มีวิถีชีวิตและพฤติกรรมเสี่ยงสูง
อย่ารอให้ตับพังก่อนแล้วค่อยรักษา ตรวจเช็กวันนี้ เพื่อสุขภาพพรุ่งนี้ที่ยั่งยืน
ช่องทางการติดต่อ
สาขาลากูน่า
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me
สาขาในเมือง
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8 ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 228 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmctown.youcanbook.me
สาขาหอนาฬิกา
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาหอนาฬิกา ตั้งอยู่ที่ 206/8 ถ. ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 12.00 – 20.00น. (ช่วงเเรก)
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 696 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me
เอกสารอ้างอิง
- World Health Organization (WHO). Hepatitis and liver diseases. ข้อมูลโรคตับและไวรัสตับอักเสบทั่วโลก. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/health-topics/hepatitis
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Liver Disease. ข้อมูลเกี่ยวกับโรคตับ สาเหตุ และการป้องกัน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/hepatitis/liver-disease/index.html
- American Liver Foundation. Understanding Liver Disease. ข้อมูลโรคตับชนิดต่าง ๆ และการดูแลรักษา. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://liverfoundation.org/for-patients/about-the-liver/diseases-of-the-liver/
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. โรคตับและไวรัสตับอักเสบ ภัยเงียบใกล้ตัว. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=14650
- สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). โรคตับ: ภัยเงียบที่ต้องรู้ทัน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.thaihealth.or.th/Content/57886
