ในยุคที่การเดินทาง การใช้ชีวิตนอกบ้าน และการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง วัคซีนกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่เพียงเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยร้ายแรง แต่ยังช่วยลดภาระของระบบสาธารณสุขในระยะยาว ซึ่งจังหวัดภูเก็ตเองเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก มีนักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก ทำให้ภูเก็ตมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคภัยต่างๆ และโรคที่สามารถติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ การสัมผัสใกล้ชิด หรือการใช้ชีวิตในที่แออัด วัคซีนจึงเป็นคำตอบที่ควรรู้ ควรเข้าใจ และควรวางแผนให้เหมาะกับกลุ่มเสี่ยงแต่ละคน

ทำไมการฉีดวัคซีนจึงสำคัญ?
การฉีดวัคซีน ถือเป็นเกราะป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีประชากรหมุนเวียนสูงอย่าง ภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ วัคซีนจึงมีบทบาทสำคัญทั้งในระดับบุคคล และระดับชุมชน
- ภูเก็ตเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงต่อการแพร่โรคติดต่อ
- ด้วยความเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศ ภูเก็ตจึงมีคนเดินทางเข้าออกจำนวนมากตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว แรงงานข้ามชาติ หรือผู้ประกอบอาชีพบริการ ส่งผลให้โอกาสในการแพร่กระจายของโรคติดต่อมีมากกว่าพื้นที่อื่น
- นอกจากนี้ยังมีประชากรกลุ่มเฉพาะ เช่น กลุ่มชายรักชาย LGBTQ+ และผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควรได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศ และโรคติดต่อทางระบบหายใจอย่างครอบคลุม
- ความเสี่ยงต่อโรคที่แพร่ผ่านการสัมผัสหรือเพศสัมพันธ์ ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางพฤติกรรม โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ เช่น
- HPV (ไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา): ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งทวารหนัก
- ไวรัสตับอักเสบบี: ติดต่อผ่านเลือดหรือเพศสัมพันธ์ และอาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งตับ
- ซิฟิลิส: หากไม่ได้รับการรักษา อาจลุกลามสู่สมองหรือหัวใจ
- โรคไข้หวัดใหญ่ และไข้เลือดออก ภัยเงียบที่ป้องกันได้
- ไข้หวัดใหญ่: ระบาดได้ง่ายในพื้นที่แออัด และมีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่น สนามบิน โรงเรียน หรือแหล่งท่องเที่ยว การฉีดวัคซีนทุกปีจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย และคุ้มค่า
- ไข้เลือดออก: พบบ่อยในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในพื้นที่ร้อนชื้นอย่างภูเก็ต การฉีดวัคซีนในผู้ที่เคยติดเชื้อแล้วจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
- วัคซีนโควิด-19
- การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้โลกได้ตระหนักถึงความสำคัญของวัคซีนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ภูเก็ตซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดแรก ๆ ที่เปิดประเทศในช่วงวิกฤต ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ได้แสดงให้เห็นว่า การฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง คือ กุญแจสำคัญในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว
- แม้สถานการณ์โควิดจะคลี่คลายลงแล้ว แต่เชื้อไวรัสยังคงกลายพันธุ์อยู่เสมอ วัคซีนเข็มกระตุ้นหรือ Booster Dose จึงยังมีความจำเป็น โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ทำงานในสถานที่แออัด
- แม้ระบบสาธารณสุขจะพร้อม แต่ยังมีปัญหาเรื่องการเข้าถึง ถึงแม้ภูเก็ตจะมีคลินิก และโรงพยาบาลหลายแห่งที่ให้บริการวัคซีนทั้งภาครัฐ และเอกชน แต่ยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วน เนื่องจาก
- เข้าใจผิดว่าวัคซีนมีเฉพาะสำหรับเด็ก
- ไม่ทราบว่าวัคซีนบางชนิด เช่น HPV หรือโควิด-19 ยังต้องมีการฉีดกระตุ้น
- ขาดข้อมูลเรื่องสถานที่ให้บริการ และสิทธิ์ที่ใช้ได้
- กังวลเรื่องผลข้างเคียงหรือค่าใช้จ่าย
การขาดความรู้หรือความเข้าใจเหล่านี้เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนจำนวนมากหลุดจากระบบการป้องกันโรค
- สร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเอง และชุมชนรอบข้าง วัคซีนไม่เพียงแค่ป้องกันคุณ แต่ยังปกป้องคนรอบตัวคุณ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความแออัดหรือมีประชากรหมุนเวียนสูงอย่างภูเก็ต การฉีดวัคซีนช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในระดับชุมชน และสร้าง “ภูมิคุ้มกันหมู่” ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการควบคุมโรคในระยะยาว

วัคซีนไหนที่จำเป็นสำหรับคุณ
วัคซีน HPV ป้องกันโรคมะเร็ง และโรคหูดหงอนไก่
- รายละเอียด ไวรัส HPV (Human Papillomavirus) เป็นไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายผ่านการมีเพศสัมพันธ์ โดยสามารถทำให้เกิดหูดหงอนไก่ และเป็นสาเหตุหลักของ มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งทวารหนัก, มะเร็งช่องปาก และลำคอ
- ชนิดของวัคซีน
- วัคซีน 4 สายพันธุ์: ป้องกันสายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18
- วัคซีน 9 สายพันธุ์: ป้องกันเพิ่มเติมอีก 5 สายพันธุ์ที่ก่อมะเร็ง ได้แก่ 31, 33, 45, 52, 58
- กลุ่มแนะนำ
- กลุ่มวัยรุ่นทั้งเพศชาย และหญิง (ช่วงอายุ 9–26 ปี)
- ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM)
- ผู้ติดเชื้อเอชไอวี
- ผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อน
วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ป้องกันโรคมะเร็งตับ และโรคเรื้อรัง
- รายละเอียด ไวรัสตับอักเสบบี (HBV) ติดต่อผ่านทางเลือด น้ำอสุจิ หรือการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น การมีเพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน หรือการใช้เข็มร่วมกัน เพราะโรคนี้หากไม่รักษา อาจพัฒนาไปสู่ โรคตับเรื้อรังหรือมะเร็งตับ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในกลุ่มวัยทำงาน
- กลุ่มแนะนำ
- ทุกคนที่ไม่เคยได้รับวัคซีน
- กลุ่มชายรักชาย (MSM)
- ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
- ผู้ที่ทำงานบริการ หรือเดินทางบ่อย
วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ ป้องกันโรคมะเร็งตับ และโรคเรื้อรัง
- รายละเอียด ไวรัสตับอักเสบเอ (HAV) ติดต่อผ่านอาหาร น้ำดื่ม หรือการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักที่ไม่มีการป้องกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสุขอนามัยไม่ดี แม้โดยทั่วไปจะไม่กลายเป็นโรคเรื้อรัง แต่ก็ทำให้ อาการรุนแรงถึงขั้นตับวายได้ในบางราย
- กลุ่มแนะนำ
- กลุ่ม MSM
- ผู้ติดเชื้อเอชไอวี
- นักท่องเที่ยว หรือผู้ที่ทำงานในภาคบริการ อาหาร และท่องเที่ยว
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
- รายละเอียด ไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่แค่หวัดธรรมดา แต่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวม หัวใจวาย หรือเสียชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง
- คำแนะนำ
- ควรฉีดเป็นประจำ ปีละ 1 ครั้ง
- ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือก่อนเข้าฤดูฝน หรือช่วงที่มีรายงานการระบาด
- กลุ่มแนะนำ
- เด็กเล็ก
- ผู้สูงอายุ
- ผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน หรือโรคหัวใจ
- บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ทำงานในสถานที่แออัด
วัคซีนไข้เลือดออก ป้องกันโรคไข้เลือดออก
- รายละเอียด แม้การป้องกันไข้เลือดออกโดยทั่วไปจะเน้นที่การควบคุมยุงลาย แต่ปัจจุบันมีวัคซีนชนิดใหม่ เช่น Dengvaxia หรือ Qdenga ซึ่งสามารถช่วยลดความรุนแรงของอาการได้
- ข้อควรระวัง
- บางชนิดของวัคซีนเหมาะสำหรับผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อน
- ต้องได้รับการตรวจเลือดก่อนฉีด
- กลุ่มแนะนำ
- ผู้ที่เคยมีประวัติติดเชื้อไข้เลือดออก
- ผู้ที่อาศัยในพื้นที่ระบาด เช่น ภูเก็ตในช่วงฤดูฝน
- เด็กอายุตั้งแต่ 4–16 ปี (ตามชนิดวัคซีน)
วัคซีน Tdap ป้องกันโรคบาดทะยัก ไอกรน และคอตีบ สำหรับทุกวัย
- รายละเอียด Tdap เป็นวัคซีนรวม 3 โรค ได้แก่:
- บาดทะยัก: ติดต่อจากบาดแผลที่สัมผัสดิน สนิม
- ไอกรน: แพร่กระจายง่ายในเด็ก และผู้สูงอายุ
- คอตีบ: โรคติดเชื้อในระบบหายใจที่ยังพบในบางพื้นที่
- คำแนะนำ
- ควรฉีดกระตุ้น ทุก 10 ปี
- กลุ่มแนะนำ:
- ผู้เดินทางบ่อย
- บุคลากรด้านบริการ
- ผู้ที่อยู่กับเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ
วัคซีนโควิด-19 ยังสำคัญ แม้โรคจะเบาบางลง
- รายละเอียด แม้สถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลายลง แต่ไวรัสยังคง กลายพันธุ์ต่อเนื่อง วัคซีนจึงยังมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันอาการรุนแรง และการเสียชีวิต
- คำแนะนำ
- รับวัคซีน เข็มกระตุ้น (Booster) ทุก 6–12 เดือน (ตามคำแนะนำกระทรวงสาธารณสุข
- วัคซีนรุ่นใหม่ครอบคลุมสายพันธุ์ย่อยที่กลายพันธุ์แล้ว
- กลุ่มแนะนำ
- ผู้สูงอายุ
- ผู้มีโรคประจำตัว (เบาหวาน, โรคหัวใจ, ปอดเรื้อรัง)
- บุคลากรด่านหน้า และผู้ที่เดินทางบ่อย
- ผู้ที่ยังไม่เคยรับวัคซีน หรือรับไม่ครบ

กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค
แม้วัคซีนจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคน แต่บางกลุ่มประชากรมีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อมากกว่ากลุ่มอื่น การได้รับวัคซีนที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวสูงอย่างภูเก็ต ซึ่งเป็นศูนย์กลางนักท่องเที่ยวและกลุ่มประชากรหลากหลายพฤติกรรม มีดังนี้
- กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายสำคัญของวัคซีนหลายชนิด เช่น วัคซีน HPV เพื่อป้องกันมะเร็งทวารหนัก และหูดหงอนไก่, วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ และบี ซึ่งแพร่ทางเพศสัมพันธ์ วัคซีนเหล่านี้มีประสิทธิภาพในการลดอุบัติการณ์ของโรคติดต่อทางเพศได้อย่างชัดเจนในกลุ่ม MSM
- ผู้มีพฤติกรรมเปลี่ยนคู่นอนบ่อย การเปลี่ยนคู่นอนบ่อยทำให้มีโอกาสสัมผัสเชื้อโรคจากหลายแหล่งโดยไม่รู้ตัว การได้รับวัคซีน HPV, ไวรัสตับอักเสบเอ/บี และวัคซีนป้องกันโรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ จึงเป็นแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงสะสม
- ผู้ใช้สารเสพติดร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะในกลุ่มที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ซี และ HIV การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี และเอ เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง เช่น ตับอักเสบเรื้อรัง และมะเร็งตับ
- ผู้ที่ทำงานในสถานบันเทิง ผับ บาร์ บุคคลในกลุ่มนี้มักต้องสัมผัสกับผู้คนจำนวนมาก อาจมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือทำงานในสภาพแวดล้อมแออัด วัคซีนที่แนะนำได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีน HPV และวัคซีนบาดทะยัก-ไอกรน (Tdap) เพื่อป้องกันโรคที่ติดต่อทางอากาศ และเพศสัมพันธ์
- กลุ่ม LGBTQ+ โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีนเลย กลุ่มนี้อาจเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสุขภาพ หรือมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัคซีน การได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมกับการฉีดวัคซีน HPV และไวรัสตับอักเสบเป็นต้น จึงเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่สำคัญสำหรับการดำรงชีวิตอย่างปลอดภัย และเท่าเทียม
- แรงงานต่างด้าว หรือผู้ไม่มีหลักประกันสุขภาพ กลุ่มนี้มักไม่ทราบสิทธิการเข้ารับวัคซีน หรือไม่ได้รับวัคซีนตั้งแต่เด็ก วัคซีนจำเป็นสำหรับแรงงานข้ามชาติ ได้แก่ วัคซีนบาดทะยัก, วัคซีนไข้หวัดใหญ่, วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอและบี และวัคซีน Tdap เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในที่ทำงาน และในชุมชน
- นักท่องเที่ยวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในภูเก็ต ผู้ที่เดินทางมาภูเก็ตในระยะยาวควรได้รับวัคซีนที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมเขตร้อน เช่น วัคซีนไข้เลือดออก ไวรัสตับอักเสบเอ-บี และไข้หวัดใหญ่ เพื่อป้องกันโรคที่พบเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการฉีดวัคซีนก่อนเดินทางกลับประเทศต้นทาง
กลุ่มเด็ก และวัยรุ่นที่ควรได้รับวัคซีนเสริม
แม้ในวัยเด็กจะได้รับวัคซีนพื้นฐานตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข แต่ยังมีวัคซีนเสริมที่ช่วยเสริมเกราะป้องกัน โดยเฉพาะในพื้นที่อย่างภูเก็ต
- เด็กวัยเรียน และวัยรุ่น ควรได้รับวัคซีนเสริม เช่น
- วัคซีน HPV (เริ่มได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี)
- วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (ฉีดทุกปี)
- วัคซีนบาดทะยัก-ไอกรน (Tdap) กระตุ้นเมื่ออายุ 11–12 ปี
- เด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนพื้นฐานครบถ้วน เด็กที่ย้ายถิ่นฐาน หรือไม่มีหลักประกันสุขภาพ ควรตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีน และเข้ารับวัคซีนให้ครบตามกำหนด โดยเฉพาะวัคซีนที่เกี่ยวกับระบบหายใจ (หัด คางทูม ไข้หวัดใหญ่) และโรคติดเชื้อเรื้อรัง เช่น วัณโรค หรือไวรัสตับอักเสบบี

ข้อควรรู้เกี่ยวกับวัคซีนแต่ละชนิด
การฉีดวัคซีนไม่ใช่แค่ฉีดก็จบ แต่ควรทำความเข้าใจถึงคุณสมบัติ ข้อควรระวัง และความเหมาะสมของวัคซีนแต่ละชนิด เพื่อประโยชน์สูงสุด และลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
วัคซีน HPV (Human Papillomavirus Vaccine)
- จุดประสงค์ ใช้ป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปาก คอหอย และหูดหงอนไก่
- ชนิดของวัคซีน
- แบบ 4 สายพันธุ์ (ป้องกันสายพันธุ์ 6, 11, 16, 18)
- แบบ 9 สายพันธุ์ (เพิ่ม 31, 33, 45, 52, 58)
- ข้อควรรู้
- ปลอดภัยสูงมาก มีการใช้งานในประเทศทั่วโลกนานกว่า 10 ปี
- ผลข้างเคียงน้อย ส่วนใหญ่เกิดอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด หรือรู้สึกเหนื่อยล้าชั่วคราว
- แนะนำให้ฉีดตั้งแต่อายุ 9–14 ปี และยังสามารถฉีดได้ในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่ม LGBTQ+, MSM, และผู้ติดเชื้อ HIV
- ไม่แนะนำให้ฉีดในหญิงตั้งครรภ์
วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ และบี (Hepatitis A & B Vaccines)
- จุดประสงค์
- วัคซีนตับอักเสบเอ: ป้องกันการติดเชื้อจากอาหาร/น้ำ หรือจากการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
- วัคซีนตับอักเสบบี: ป้องกันการติดเชื้อที่แพร่ผ่านเลือด เพศสัมพันธ์ และจากแม่สู่ลูก
- ข้อควรรู้
- ควรตรวจเลือดก่อนฉีด โดยเฉพาะวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี หากพบว่าเคยติดเชื้อมาแล้วหรือมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติแล้ว ไม่จำเป็นต้องฉีดอีก
- มักฉีดเป็นชุด 3 เข็ม (เข็มที่ 1, 1 เดือนหลังจากนั้น, และ 6 เดือนหลังจากเข็มแรก)
- เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าว กลุ่มเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ผู้ใช้สารเสพติดทางเข็ม และ MSM
- ผลข้างเคียงน้อย เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเล็กน้อย หรือรู้สึกอ่อนเพลีย
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine)
- จุดประสงค์ ป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่าหวัดทั่วไป และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว
- ข้อควรรู้
- ควรฉีด เป็นประจำทุกปี เพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่กลายพันธุ์ทุกฤดูกาล วัคซีนที่ฉีดจึงต้องอัปเดตทุกปีตามสายพันธุ์ที่กำลังระบาด
- ควรฉีด ก่อนฤดูฝนหรือฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงการระบาดสูงสุด
- ปลอดภัยสูง และมักมีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย เช่น มีไข้ต่ำ ๆ หรือปวดแขน
- แนะนำสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยง เช่น พนักงานบริการ นักเรียน แพทย์ และแรงงานในพื้นที่แออัด
วัคซีนไข้เลือดออก (Dengue Vaccine)
- จุดประสงค์ ลดความรุนแรงของโรคไข้เลือดออก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง เช่น ภูเก็ต
- ข้อควรรู้
- แนะนำสำหรับผู้ที่ เคยติดเชื้อไข้เลือดออกมาก่อน หากยังไม่เคยติดเชื้อ ควรตรวจเลือดก่อนฉีด
- ปัจจุบันวัคซีนชนิดใหม่มีความปลอดภัยสูงขึ้น แต่ยังอยู่ภายใต้ข้อแนะนำของแพทย์
- เด็กอายุ 9 ปีขึ้นไป และผู้ใหญ่ในพื้นที่ระบาดควรพิจารณา
วัคซีนบาดทะยัก-ไอกรน (Tdap)
- จุดประสงค์ ป้องกันโรคบาดทะยัก ไอกรน และคอตีบ ซึ่งสามารถแพร่ผ่านละอองฝอย น้ำลาย หรือบาดแผล
- ข้อควรรู้
- ผู้ใหญ่ควรฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี
- แนะนำอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทำงานสัมผัสกับคนจำนวนมาก เช่น พนักงานผับ บาร์ คนทำงานด้านบริการ หรือผู้ดูแลเด็ก
- มีผลข้างเคียงน้อย เช่น ปวดกล้ามเนื้อ แขนชาเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
วัคซีนโควิด-19 (COVID-19 Vaccine)
- จุดประสงค์ ป้องกันการติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคโควิด-19 ลดความรุนแรงของอาการ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ลิ่มเลือดอุดตัน และลดการเสียชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง
- ชนิดของวัคซีน (ประเทศไทย)
- วัคซีนชนิด mRNA (เช่น Pfizer, Moderna)
- วัคซีนชนิดโปรตีนซับยูนิต (เช่น Novavax)
- วัคซีนชนิดเชื้อตายหรือเวกเตอร์ (เช่น Sinovac, AstraZeneca)
- วัคซีนรุ่นใหม่ (updated booster) ที่ครอบคลุมสายพันธุ์ย่อยล่าสุด เช่น XBB, Omicron
- ข้อควรรู้
- ควรได้รับ วัคซีนเข็มกระตุ้น (Booster dose) ทุก 6–12 เดือน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้อื่น
- หากเคยได้รับวัคซีนมาก่อนแล้วแต่เว้นระยะนาน ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
- วัคซีนโควิด-19 ปลอดภัยสูง และผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก
- ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือ อาการอ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ มีไข้ต่ำ และปวดบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1–2 วัน
- วัคซีนโควิดไม่แนะนำในช่วงที่กำลังติดเชื้อโควิดหรือมีไข้สูง ควรรอจนหายดีแล้วค่อยเข้ารับวัคซีน
- แนะนำสำหรับ
- ผู้สูงอายุ, ผู้มีโรคประจำตัว (เบาหวาน, โรคปอด, หัวใจ)
- บุคลากรด่านหน้า, พนักงานบริการ, ผู้เดินทางบ่อย
- ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน หรือฉีดยังไม่ครบตามกำหนด
วัคซีนต้านไวรัสชนิดอื่น ๆ (ขึ้นอยู่กับประวัติสุขภาพ)
- ข้อควรรู้
- สำหรับบางคน อาจจำเป็นต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคเฉพาะ เช่น:
- วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (MMR)
- วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส
- วัคซีนโรคปอดอักเสบ (Pneumococcal Vaccine)
- การพิจารณาฉีดวัคซีนเหล่านี้ควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ โดยดูจากประวัติการได้รับวัคซีนในวัยเด็ก และประวัติโรคประจำตัว
- สำหรับบางคน อาจจำเป็นต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคเฉพาะ เช่น:

วิธีเตรียมตัวก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน
การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนรับวัคซีน ไม่เพียงช่วยลดความกังวล แต่ยังส่งผลให้ร่างกายตอบสนองต่อวัคซีนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งยังลดโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้ด้วย
ตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีนของตนเอง
- ก่อนรับวัคซีนใด ๆ ควรตรวจสอบก่อนว่าเคยได้รับวัคซีนชนิดนั้นมาก่อนหรือไม่ เช่น
- หากเคยได้รับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีครบแล้ว อาจไม่จำเป็นต้องฉีดซ้ำ
- หากเคยได้รับวัคซีน HPV บางชนิดไปแล้ว ควรแจ้งแพทย์ก่อน
- วิธีตรวจสอบ
- ตรวจสอบจากสมุดวัคซีน (สมุดสีเหลือง)
- ติดต่อโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเดิมเพื่อขอประวัติ
- หากไม่แน่ใจ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกันก่อน
หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ก่อน และหลังฉีด แนะนำให้งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อน และ 24 ชั่วโมงหลังการฉีดวัคซีน
- เหตุผล
- แอลกอฮอล์อาจลดประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกัน
- เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เช่น เวียนศีรษะ ความดันต่ำ หรืออ่อนเพลีย
- หากคุณดื่มประจำ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับวัคซีน
แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว หรือแพ้วัคซีน การแจ้งข้อมูลด้านสุขภาพอย่างถูกต้อง เป็นสิ่งสำคัญ เช่น
- โรคหัวใจ เบาหวาน โรคตับ โรคภูมิแพ้ หรือระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- เคยมีประวัติแพ้วัคซีน หรือแพ้ยาชนิดใดมาก่อน
- เคยมีอาการรุนแรงหลังฉีดวัคซีน เช่น แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ผื่นลมพิษ
- การให้ข้อมูลครบถ้วน จะช่วยให้แพทย์ประเมินความปลอดภัย และอาจแนะนำให้ฉีดในสถานพยาบาลที่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตพร้อม
สวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการฉีดบริเวณต้นแขน วัคซีนส่วนใหญ่มักฉีดเข้ากล้ามเนื้อบริเวณ ต้นแขนด้านบน (Deltoid Muscle) แนะนำให้
- สวมเสื้อแขนสั้น หรือเสื้อที่สามารถเลิกแขนได้ง่าย
- หลีกเลี่ยงเสื้อรัดรูปหรือหลายชั้น
- เตรียมหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือสำหรับความปลอดภัยในสถานพยาบาล
- หากคุณมีรอยสักหรือผื่นบริเวณแขน ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อหลีกเลี่ยงจุดฉีด
หากมีไข้หรืออาการป่วย ควรเลื่อนวันฉีดออกไป หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ ควรเลื่อนการฉีดวัคซีน
- มีไข้เกิน 37.5 องศาเซลเซียส
- เจ็บคอ ปวดเมื่อย หรือมีอาการคล้ายไข้หวัด
- มีอาการติดเชื้อหรือท้องเสียรุนแรง
- การฉีดวัคซีนในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ อาจทำให้ร่างกายตอบสนองต่อวัคซีนได้ไม่เต็มที่ และเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงมากขึ้น
- หลังจากหายดีแล้ว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดวันฉีดใหม่ให้เหมาะสม
ค่าใช้จ่ายในการฉีดวัคซีน ลงทุนเพื่อสุขภาพในระยะยาว
การฉีดวัคซีนป้องกันโรคอาจมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน และสถานพยาบาลที่ให้บริการ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตที่มีทั้งโรงพยาบาลรัฐ และคลินิกเอกชนที่พร้อมให้บริการทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ
ราคาประเมินคร่าว่า
- วัคซีน HPV: เข็มละ 2,000–4,000 บาท (ขึ้นกับชนิด และยี่ห้อ เช่น 4 สายพันธุ์ หรือ 9 สายพันธุ์)
- วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี: เข็มละ 300–800 บาท (มักต้องฉีด 3 เข็ม)
- วัคซีนไข้หวัดใหญ่: ประมาณ 300–700 บาท ต่อปี
- วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ: เข็มละ 1,000–2,500 บาท
- วัคซีนไข้เลือดออก: 2 เข็ม ราคาประมาณ 3,500–5,000 บาทต่อเข็ม
สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพไทย อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ คลินิกเอกชนหลายแห่งมีแพ็คเกจฉีดวัคซีนที่สามารถเลือกได้ตามความเสี่ยง และความจำเป็นของแต่ละคน
การฉีดวัคซีนไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่า เพราะเมื่อเทียบกับค่ารักษาพยาบาลในกรณีติดเชื้อหรือเจ็บป่วยรุนแรง การป้องกันไว้ล่วงหน้าย่อมดีกว่า และถูกกว่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค
Q: นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถฉีดวัคซีนในภูเก็ตได้หรือไม่?
A: ได้แน่นอน นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีนได้ที่คลินิกหรือโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งในภูเก็ต โดยมีการจัดระบบรองรับผู้ไม่ถือสัญชาติไทย ทั้งนี้ ค่าบริการจะขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล และชนิดของวัคซีน
Q: วัคซีน HPV ฉีดได้ถึงอายุเท่าไหร่?
A: โดยทั่วไป วัคซีน HPV แนะนำให้ฉีดในช่วงอายุไม่เกิน 45 ปี แต่การฉีดตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น (ก่อนมีเพศสัมพันธ์) จะให้ผลดีที่สุด เพราะสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ได้ก่อนสัมผัสเชื้อ อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่อายุมากกว่านี้ก็สามารถฉีดได้ ขึ้นอยู่กับการประเมินความเสี่ยงโดยแพทย์
Q: ต้องตรวจเลือดก่อนฉีดวัคซีนหรือไม่?
A: ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน วัคซีนบางประเภท เช่น วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี จำเป็นต้องตรวจเลือดก่อนเพื่อดูว่ามีภูมิคุ้มกันแล้วหรือไม่ หากเคยติดเชื้อหรือได้รับวัคซีนครบแล้ว อาจไม่จำเป็นต้องฉีดอีก
Q: วัคซีนสามารถฉีดพร้อมกันได้หรือไม่?
A: โดยทั่วไป วัคซีนหลายชนิดสามารถฉีดพร้อมกันได้ในวันเดียวกัน แต่อยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อประเมินความปลอดภัย และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง เช่น อาจแนะนำให้ฉีดคนละแขน หรือเว้นระยะห่างเล็กน้อยในกรณีที่วัคซีนมีปฏิกิริยาต่อกัน
Q: จำเป็นต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีหรือไม่?
A: ใช่ เนื่องจากไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์ทุกปี จึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงก่อนฤดูฝนหรือช่วงที่เริ่มมีการระบาด
Q: ผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังสามารถฉีดวัคซีนได้หรือไม่?
A: ส่วนใหญ่สามารถฉีดได้ และมักได้รับคำแนะนำให้ฉีดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจากโรคติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม ควรแจ้งประวัติโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบก่อนรับวัคซีน
ทำไมควรเลือกฉีดวัคซีนป้องกันโรค ที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก
ในจังหวัดภูเก็ตที่มีคลินิกจำนวนมาก ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก โดดเด่นด้วยจุดแข็งหลายด้าน ทำให้เป็นตัวเลือกแรกของทั้งชาวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- บริการแบบมืออาชีพโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์มีประสบการณ์สูงในการให้คำปรึกษา และดูแลด้านวัคซีน โดยเฉพาะวัคซีนสำหรับกลุ่มเสี่ยง เช่น กลุ่ม LGBTQ+, ผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือผู้ที่ต้องเดินทางบ่อย
- มีวัคซีนหลากหลายชนิดให้เลือกครบในที่เดียว ไม่ต้องไปหลายแห่งเพื่อฉีดวัคซีนต่างชนิด ทั้ง HPV, ตับอักเสบ A/B, ไข้หวัดใหญ่ หรือวัคซีนไข้เลือดออก — ทุกอย่างครบในที่เดียว สะดวก และปลอดภัย
- รองรับทั้งคนไทย และต่างชาติ มีระบบให้บริการเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมให้คำแนะนำแบบเข้าใจง่าย เหมาะกับนักท่องเที่ยวระยะยาวหรือแรงงานข้ามชาติ
- ความสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน คลินิกได้รับการรับรอง และดำเนินการภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง สะอาด และปลอดภัยทุกขั้นตอน
- ทำเลที่ตั้งสะดวก ใจกลางภูเก็ต เดินทางง่าย อยู่ในย่านที่เข้าถึงได้ทั้งจากชาวบ้านในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวที่พักตามโรงแรมหรือรีสอร์ต
- ราคาชัดเจน ไม่แฝงค่าใช้จ่าย มีการแจ้งราคาชัดเจนก่อนรับบริการ พร้อมโปรโมชั่นเป็นระยะ ช่วยให้คุณควบคุมงบประมาณได้ง่าย
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ไม่ใช่แค่สถานที่ฉีดวัคซีน แต่เป็นศูนย์สุขภาพที่ใส่ใจในคุณภาพชีวิตของทุกคน
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
- ทำไมต้องเลือก ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก (Phuket medical clinic)
- บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป ที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก
การฉีดวัคซีนไม่ใช่เพียงการดูแลสุขภาพของตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นการร่วมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ปกป้องผู้คนรอบตัว และลดภาระของระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ต ที่มีผู้คนหลากหลายจากทั่วโลกแวะเวียนเข้ามา โอกาสในการแพร่เชื้อโรคจึงสูงกว่าพื้นที่ทั่วไป
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวระยะยาว หรือผู้ทำงานในภาคบริการ การได้รับวัคซีนที่เหมาะสม และครบถ้วน คือกุญแจสำคัญในการใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ ปลอดภัย และมีคุณภาพ
อย่ารอจนสายเกินไป เริ่มต้นดูแลตัวเองวันนี้ด้วยการฉีดวัคซีน เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ และสังคมที่คุณอยู่ร่วมด้วย
ช่องทางการติดต่อ
สาขาลากูน่า
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me
สาขาในเมือง
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8 ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 228 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmctown.youcanbook.me
สาขาหอนาฬิกา
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาหอนาฬิกา ตั้งอยู่ที่ 206/8 ถ. ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 12.00 – 20.00น. (ช่วงเเรก)
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 696 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me
เอกสารอ้างอิง
- World Health Organization (WHO). Immunization coverage. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/immunization-coverage
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Recommended Adult Immunization Schedule. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/vaccines/schedules/hcp/imz/adult.html
- UNICEF. Vaccines and immunization. Global strategy and impact of vaccines in public health. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.unicef.org/immunization
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. โรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1525320230422021722.pdf
- สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. ทำไมถึงควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.nationalhealth.or.th/th/node/4791
