ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาบุหรี่ไฟฟ้า กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมของผู้ที่ต้องการลดหรือเลิกบุหรี่แบบดั้งเดิม หลายคนเชื่อว่าปลอดภัยกว่า แต่ความจริงแล้ว งานวิจัยจำนวนมากเริ่มชี้ให้เห็นว่า บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด โดยเฉพาะความเสี่ยงจากสารพิษโลหะหนัก เช่น สารหนู (Arsenic) ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งปอด
บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกถึงที่มาของสารหนูในบุหรี่ไฟฟ้า กลไกที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ผลกระทบต่อสุขภาพ และเหตุผลว่าทำไมความเสี่ยงนี้จึงไม่ควรถูกมองข้าม

บุหรี่ไฟฟ้า คืออะไร?
บุหรี่ไฟฟ้า (E-cigarettes หรือ Vapes) คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพื่อให้ความร้อนกับน้ำยา (e-liquid) จนเกิดเป็นละอองฝอย (aerosol) สำหรับสูดเข้าสู่ปอด โดยไม่ใช่ไอน้ำบริสุทธิ์อย่างที่หลายคนเข้าใจ
หลักการทำงานของบุหรี่ไฟฟ้า
- เมื่อผู้ใช้กดปุ่มหรือสูบ → แบตเตอรี่จะเริ่มทำงาน
- แบตเตอรี่ส่งพลังงานไปยังคอยล์ (ขดลวด)
- คอยล์ร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ความร้อนทำให้น้ำยา (e-liquid) ระเหย
- เกิดเป็นละอองฝอย (aerosol)
- ผู้ใช้สูดละอองนี้เข้าสู่ปอดโดยตรง
ส่วนประกอบหลักของบุหรี่ไฟฟ้า
- น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า (E-liquid)
- มีนิโคติน (บางชนิดไม่มี)
- สารแต่งกลิ่น และรส
- สารตัวทำละลาย เช่น โพรพิลีนไกลคอล และกลีเซอรีน
- คอยล์ (Coil / Heating element)
- ทำหน้าที่ให้ความร้อน
- มักทำจากโลหะ เช่น นิกเกิล โครเมียม
- แบตเตอรี่ (Battery)
- แหล่งพลังงานของอุปกรณ์
- มีทั้งแบบชาร์จซ้ำ และใช้แล้วทิ้ง
- ตัวทำละออง (Atomizer)
- ส่วนที่รวมคอยล์ และไส้สำลี
- ทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำยาเป็นละออง
สารหนูในบุหรี่ไฟฟ้ามาจากไหน
- ปนเปื้อนในน้ำยา น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าอาจมีสารปนเปื้อนจากกระบวนการผลิต เช่น โลหะหนัก รวมถึงสารหนูในระดับเล็กน้อย
- จากคอยล์โลหะ คอยล์ที่ทำจากโลหะ เช่น นิกเกิล โครเมียม หรือโลหะผสม เมื่อถูกความร้อนสูง อาจปล่อยอนุภาคโลหะ และสารพิษออกมา
- การสลายตัวจากความร้อนเมื่อให้ความร้อนสูง สารบางชนิดในน้ำยาอาจเปลี่ยนรูปเป็นสารพิษ รวมถึงสารที่มีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็ง
สารหนู คืออะไร? และอันตรายแค่ไหน
สารหนู (Arsenic) เป็นธาตุเคมีตามธรรมชาติที่พบได้ในดิน น้ำ อากาศ และแร่ธาตุต่าง ๆ แม้จะพบในธรรมชาติ แต่สารหนูจัดอยู่ในกลุ่มโลหะหนักที่เป็นพิษ และได้รับการจัดโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าเป็น สารก่อมะเร็งในมนุษย์ (Carcinogen)
สารหนูสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น
- การสูดดม (เช่น จากควันหรือไอของสารเคมี)
- การดื่มน้ำที่ปนเปื้อน
- การรับประทานอาหารที่มีสารตกค้าง
เมื่อเข้าสู่ร่างกาย สารหนูจะสะสมในอวัยวะต่าง ๆ และส่งผลเสียในระยะยาว
ประเภทของสารหนู
- สารหนูอนินทรีย์ (Inorganic arsenic) มีความเป็นพิษสูง มักพบในน้ำใต้ดิน และอุตสาหกรรม เป็นชนิดที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง
- สารหนูอินทรีย์ (Organic arsenic) พบในอาหารทะเลบางชนิด มีความเป็นพิษน้อยกว่า
สารหนูเข้าสู่ร่างกายแล้วเกิดอะไรขึ้น
- ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว
- กระจายไปยังปอด ตับ ไต และผิวหนัง
- รบกวนการทำงานของเซลล์
- สะสมในร่างกายหากได้รับต่อเนื่อง
ผลกระทบของสารหนูต่อสุขภาพ
- ทำลายเซลล์ DNA สารหนูรบกวนโครงสร้างของ DNA ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ เป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดมะเร็ง
- เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอด โดยเฉพาะเมื่อได้รับผ่านการสูดดม เพิ่มโอกาสเกิดมะเร็งในระบบทางเดินหายใจ รวมถึงมะเร็งผิวหนัง ตับ และกระเพาะปัสสาวะ
- ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดอักเสบ เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ อาจทำให้ความดันโลหิตสูง
- ส่งผลต่อระบบประสาท มีผลต่อสมอง และการทำงานของเส้นประสาท อาจทำให้เกิดอาการชา อ่อนแรงในระยะยาวอาจกระทบความจำ และการเรียนรู้
อันตรายแบบเฉียบพลัน vs ระยะยาว
- ระยะสั้น (ได้รับปริมาณมาก)
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ปวดท้องรุนแรง
- อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
- ระยะยาว (ได้รับสะสม)
- เสี่ยงมะเร็ง
- ผิวหนังเปลี่ยนแปลง
- โรคเรื้อรังหลายระบบ

ทำไมสารหนู ถึงอันตรายมาก
สารหนู (Arsenic) ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในสารพิษที่อันตรายต่อมนุษย์อย่างมาก ไม่ใช่แค่เพราะความเป็นพิษสูง แต่ยังรวมถึงลักษณะเฉพาะที่ทำให้ตรวจจับยาก และสะสมในร่างกายได้โดยไม่รู้ตัว
- ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น → ตรวจจับยาก
- สารหนูไม่มีกลิ่น และไม่มีสี
- ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าหรือการดม
- อาจปนเปื้อนในน้ำ อาหาร หรืออากาศโดยที่ไม่รู้ตัว
- ทำให้หลายคนได้รับสารโดยไม่ตั้งใจเป็นเวลานาน
- สะสมในร่างกายได้ (Bioaccumulation) เมื่อเข้าสู่ร่างกาย สารหนูจะไม่ถูกขับออกทั้งหมดทันที
- สามารถสะสมในอวัยวะ เช่น ตับ ไต ปอด และผิวหนัง
- การได้รับในปริมาณน้อยแต่ต่อเนื่อง จะเพิ่มความเสี่ยงในระยะยาว
- ส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรังโดยไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรก
- ทำลายหลายระบบพร้อมกัน สารหนูไม่ได้ส่งผลเฉพาะจุดเดียว แต่กระทบหลายระบบในร่างกาย เช่น
- ระบบเซลล์ และ DNA → ทำให้เซลล์ผิดปกติ และกลายพันธุ์
- ระบบทางเดินหายใจ → เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอด
- ระบบหัวใจ และหลอดเลือด → เพิ่มโอกาสโรคหัวใจ และความดัน
- ระบบประสาท → กระทบสมอง ความจำ และการทำงานของเส้นประสาท
- เชื่อมโยงกับโรคร้ายแรงหลายชนิด การได้รับสารหนูในระยะยาวมีความเกี่ยวข้องกับโรคสำคัญ เช่น
- มะเร็งปอด
- มะเร็งผิวหนัง
- มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
- โรคหัวใจ และหลอดเลือด
- ความผิดปกติของระบบประสาท
บุหรี่ไฟฟ้ากับความเสี่ยงมะเร็งปอด
แม้บุหรี่ไฟฟ้าจะไม่มีน้ำมันดิน (Tar) แบบบุหรี่ธรรมดา แต่ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย เพราะละอองที่สูดเข้าไปยังคงมีสารอันตรายหลายชนิดที่อาจส่งผลต่อปอดในระยะยาว รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดได้
สารอันตรายที่พบในบุหรี่ไฟฟ้า
- โลหะหนัก
- เช่น สารหนู (Arsenic), ตะกั่ว (Lead), แคดเมียม (Cadmium)
- อาจมาจากคอยล์หรือส่วนประกอบโลหะในอุปกรณ์
- สามารถสะสมในปอด และกระแสเลือด
- สารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)
- เกิดจากการให้ความร้อนกับน้ำยาในอุณหภูมิสูง
- เป็นสารที่จัดอยู่ในกลุ่มก่อมะเร็ง
- สารระเหยอินทรีย์ (Volatile Organic Compounds: VOCs)
- เช่น เบนซีน (Benzene)
- ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ และเซลล์ปอด
กลไกที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอด
- สารพิษเข้าสู่ปอดโดยตรงผ่านการสูดดม
- เกิดการอักเสบเรื้อรังในเนื้อเยื่อปอด
- ทำลาย DNA ของเซลล์ปอด
- กระตุ้นการกลายพันธุ์ของเซลล์
- เมื่อสะสมระยะยาว → เพิ่มโอกาสเกิดมะเร็ง
ตารางเปรียบเทียบบุหรี่ไฟฟ้ากับบุหรี่ธรรมดา
| ประเด็น | บุหรี่ธรรมดา | บุหรี่ไฟฟ้า |
| ควัน / ละออง | มีควันจากการเผาไหม้ใบยาสูบ ปล่อยสารพิษจำนวนมาก เช่น Tar และก๊าซพิษ | ไม่มีควัน แต่เป็นละอองฝอย (aerosol) จากความร้อน ซึ่งยังมีสารเคมี และโลหะหนัก |
| นิโคติน | มีในระดับสูง ทำให้เสพติดอย่างรวดเร็ว | มีนิโคตินเช่นกัน (บางสูตรไม่มี) ปริมาณขึ้นอยู่กับน้ำยา และยังทำให้เสพติดได้ |
| สารพิษ | มีสารพิษมากกว่า 7,000 ชนิด หลายชนิดเป็นสารก่อมะเร็งโดยตรง | มีสารพิษน้อยกว่าในเชิงปริมาณ แต่ยังพบฟอร์มาลดีไฮด์ และสารระเหยอินทรีย์ (VOCs) |
| โลหะหนัก | พบโลหะหนักจากใบยาสูบ และกระบวนการเผาไหม้ | พบโลหะหนักจากคอยล์ และอุปกรณ์ เช่น ตะกั่ว นิกเกิล โครเมียม และสารหนู |
| ความเสี่ยงมะเร็ง | ความเสี่ยงสูงมาก โดยเฉพาะมะเร็งปอด เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิต | ยังมีความเสี่ยง แม้อาจน้อยกว่า เนื่องจากยังมีสารก่อมะเร็ง และโลหะหนัก |
| กลไกการทำงาน | เผาไหม้ → เกิดควัน → สูดเข้าสู่ปอด | ให้ความร้อน → เกิดละออง → สูดเข้าสู่ปอด |
| ผลกระทบต่อปอด | ทำลายเนื้อเยื่อปอดโดยตรง ก่อโรคปอดเรื้อรัง | ทำให้เกิดการอักเสบของปอด และอาจทำลายเซลล์ปอดในระยะยาว |
| ผลกระทบต่อคนรอบข้าง | ควันบุหรี่มือสองอันตรายสูง | ละอองมือสองยังมีสารพิษ แม้จะน้อยกว่า แต่ยังเสี่ยง |
ผลกระทบระยะยาวของบุหรี่ไฟฟ้าที่ควรรู้
แม้บุหรี่ไฟฟ้าจะถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่อันตรายน้อยกว่า แต่การใช้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวยังคงส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายระบบ โดยเฉพาะปอด หัวใจ และความเสี่ยงต่อมะเร็ง
1. โรคปอดเรื้อรัง
การสูดละอองจากบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเวลานาน ทำให้ปอดต้องสัมผัสสารเคมี และอนุภาคขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- หายใจลำบาก โดยเฉพาะเวลาทำกิจกรรม
- ไอเรื้อรัง หรือมีเสมหะ
- แน่นหน้าอก หรือรู้สึกหายใจไม่เต็มปอด
- สมรรถภาพปอดลดลง
กลไกที่เกิดขึ้น
- ละอองฝอยทำให้เกิดการอักเสบในเนื้อเยื่อปอด
- เซลล์ปอดถูกทำลาย และฟื้นฟูได้ยาก
- อาจพัฒนาไปสู่โรคปอดเรื้อรัง เช่น หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
2. โรคหัวใจ และหลอดเลือด
สารเคมีในบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้กระทบแค่ปอด แต่ยังเข้าสู่กระแสเลือด และส่งผลต่อระบบหัวใจ
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- หลอดเลือดแข็งตัวเร็วขึ้น
- ความดันโลหิตสูง
- เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ
- เสี่ยงต่อภาวะหัวใจขาดเลือด
กลไกที่เกิดขึ้น
- นิโคตินทำให้หัวใจเต้นเร็ว และหลอดเลือดหดตัว
- สารพิษทำให้เกิดการอักเสบในผนังหลอดเลือด
- ส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในระยะยาว
3. ความเสี่ยงมะเร็ง
แม้ข้อมูลระยะยาวยังอยู่ระหว่างการศึกษา แต่มีหลักฐานเพิ่มขึ้นว่าบุหรี่ไฟฟ้าอาจเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็ง
มะเร็งที่อาจเกี่ยวข้อง
- มะเร็งปอด
- มะเร็งช่องปาก
- มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
สาเหตุที่เพิ่มความเสี่ยง
- การได้รับสารก่อมะเร็ง เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์
- โลหะหนัก เช่น สารหนู
- การทำลาย DNA ของเซลล์
เมื่อสูบบุหรี่ (รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า) ควรตรวจสุขภาพอะไรบ้าง?
การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลายระบบ โดยเฉพาะปอด หัวใจ และมะเร็ง การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยค้นหาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และลดความรุนแรงได้
1. ตรวจปอด และระบบทางเดินหายใจ
รายการตรวจ:
- เอกซเรย์ปอด (Chest X-ray)
- ตรวจสมรรถภาพปอด (Spirometry)
ช่วยตรวจหา
- โรคปอดเรื้อรัง
- ถุงลมโป่งพอง
- ความผิดปกติของปอด
ควรตรวจเมื่อ
- มีอาการไอเรื้อรัง หายใจลำบาก
- สูบบุหรี่เป็นเวลานาน
2. คัดกรองมะเร็งปอด
รายการตรวจ
- CT Scan ปอดแบบความละเอียดต่ำ (Low-dose CT)
เหมาะสำหรับ
- ผู้ที่สูบบุหรี่จัด หรือสูบมานาน
- ผู้ที่มีอายุ 40–50 ปีขึ้นไป (หรือเร็วกว่านั้นหากเสี่ยงสูง)
ประโยชน์
- ตรวจพบมะเร็งในระยะเริ่มต้น
- เพิ่มโอกาสรักษาให้หายได้
3. ตรวจหัวใจ และหลอดเลือด
รายการตรวจ:
- วัดความดันโลหิต
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG / EKG)
- ตรวจไขมันในเลือด
ช่วยตรวจหา
- โรคหัวใจ
- หลอดเลือดตีบ
- ความดันโลหิตสูง
4. ตรวจเลือดพื้นฐาน
รายการตรวจ
- น้ำตาลในเลือด
- ไขมันในเลือด
- การทำงานของตับ และไต
เหตุผล
- ประเมินผลกระทบจากสารพิษสะสม
- คัดกรองโรคเรื้อรัง
5. ตรวจช่องปาก และลำคอ
รายการตรวจ
- ตรวจโดยทันตแพทย์หรือแพทย์
ช่วยตรวจหา
- มะเร็งช่องปาก
- แผลเรื้อรัง
- ความผิดปกติของเหงือก
6. ตรวจสุขภาพประจำปี
ควรมี
- ตรวจร่างกายทั่วไป
- ประเมินความเสี่ยงโรค
- ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
ควรตรวจบ่อยแค่ไหน?
- อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง
- หากมีความเสี่ยงสูง → อาจต้องตรวจถี่ขึ้นตามแพทย์แนะนำ
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
- ไอเรื้อรังเกิน 2–3 สัปดาห์
- ไอมีเลือดปน
- หายใจเหนื่อยง่าย
- เจ็บหน้าอก
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที

วิธีลดความเสี่ยงจากบุหรี่ไฟฟ้า
แม้บุหรี่ไฟฟ้าจะถูกมองว่าอันตรายน้อยกว่า แต่ก็ยังมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ การลดความเสี่ยงจึงควรเริ่มตั้งแต่การไม่ใช้ ไปจนถึงการเลิก และป้องกันคนรอบข้าง
1. หลีกเลี่ยงการใช้บุหรี่ไฟฟ้า (ดีที่สุดคือไม่เริ่ม)
การไม่เริ่มใช้คือวิธีที่ได้ผลที่สุด เพราะช่วยตัดความเสี่ยงทั้งหมดตั้งแต่ต้น
เหตุผลที่ควรหลีกเลี่ยง
- ป้องกันการรับนิโคติน และการเสพติด
- ลดโอกาสรับสารพิษ เช่น โลหะหนัก และสารก่อมะเร็ง
- ไม่เพิ่มความเสี่ยงโรคปอด หัวใจ และมะเร็งในอนาคต
วิธีป้องกันตัวเอง
- หลีกเลี่ยงการลองตามเพื่อนหรือกระแส
- รู้เท่าทันโฆษณาที่ทำให้ดูปลอดภัย
- ตั้งเป้าหมายสุขภาพระยะยาวของตัวเอง
2. เลิกสูบ (ถ้าใช้อยู่แล้ว)
หากเริ่มใช้ไปแล้ว การเลิก คือวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างชัดเจนที่สุด
แนวทางเลิกบุหรี่ไฟฟ้า
- ตั้งวันเริ่มเลิก (Quit date) อย่างชัดเจน
- ค่อย ๆ ลดปริมาณนิโคตินลง
- หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่กระตุ้นให้อยากสูบ
เครื่องมือช่วยเลิก
- โปรแกรมเลิกบุหรี่ (ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์)
- แอปติดตามพฤติกรรม
- การใช้ตัวช่วยทดแทนนิโคติน (ภายใต้คำแนะนำผู้เชี่ยวชาญ)
การขอความช่วยเหลือ
- ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
- เข้าร่วมกลุ่มสนับสนุน
- บอกคนใกล้ชิดเพื่อช่วยเป็นกำลังใจ
3. หลีกเลี่ยงควันหรือไอบุหรี่ไฟฟ้ามือสอง
แม้ไม่ได้สูบเอง แต่การอยู่ใกล้ผู้ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าก็ยังมีความเสี่ยง
สิ่งที่ควรรู้
- ละอองจากบุหรี่ไฟฟ้ามีสารเคมี และโลหะหนัก
- สามารถเข้าสู่ร่างกายของคนรอบข้างได้
- เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัวมีความเสี่ยงมากกว่า
วิธีป้องกัน
- หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการสูบ
- ขอความร่วมมือไม่สูบในพื้นที่ปิด
- เลือกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดควัน
ทำไมควรเลือกบริการที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก
หากคุณกำลังมองหาคลินิกในภูเก็ตสำหรับตรวจสุขภาพหรือดูแลตัวเอง การเลือกสถานพยาบาลที่เชื่อถือได้ เป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งคลินิกนี้ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยเหตุผลดังนี้
- ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ คลินิกมีทีมแพทย์ที่ผ่านประสบการณ์จากทั้งโรงพยาบาลรัฐ และเอกชน พร้อมให้คำปรึกษา และดูแลรักษาอย่างมืออาชีพ ทำให้มั่นใจได้ว่าการวินิจฉัย และการรักษามีมาตรฐาน
- บริการครบวงจรด้านสุขภาพ ที่นี่ไม่ได้มีแค่การรักษาเบื้องต้น แต่ยังครอบคลุมบริการสำคัญ เช่น
- ตรวจสุขภาพทั่วไป
- ตรวจประจำปี
- ดูแลระบบทางเดินหายใจ
- ฉีดวัคซีน และรักษาโรคทั่วไป
- เหมาะทั้งสำหรับคนทั่วไป และผู้ที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพ
- ใช้เทคโนโลยี และเครื่องมือที่ทันสมัย คลินิกมีการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อช่วยให้การตรวจวินิจฉัยแม่นยำ และรวดเร็ว ช่วยลดความผิดพลาด และเพิ่มความมั่นใจในการรักษา
- สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย
- เปิดให้บริการทุกวัน
- รองรับทั้ง Walk-in และการนัดหมาย
- มีหลายสาขาในภูเก็ต
- ลดเวลารอคอย เหมาะกับคนที่ต้องการความรวดเร็ว
- เหมาะทั้งคนไทย และนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นคนในพื้นที่หรือชาวต่างชาติ ก็สามารถเข้ารับบริการได้สะดวก พร้อมการดูแลแบบมืออาชีพ
- บริการด้วยความใส่ใจ (Patient-centered care) คลินิกเน้นการดูแลผู้ป่วยแบบใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษาไปจนถึงการรักษา ไม่ใช่แค่รักษาโรค แต่ดูแลสุขภาพโดยรวม
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
บุหรี่ไฟฟ้า อาจดูเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า แต่ความจริงคือยังแฝงไปด้วยสารอันตราย โดยเฉพาะ สารหนู และโลหะหนัก ที่สามารถเข้าสู่ปอดโดยตรงผ่านการสูดละอองฝอย สารเหล่านี้มีส่วนทำลายเซลล์ กระตุ้นการอักเสบ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด มะเร็งปอดในระยะยาว
แม้จะไม่มีควันแบบบุหรี่ธรรมดา แต่ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย เพราะร่างกายยังคงได้รับสารพิษอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว ยิ่งใช้เป็นเวลานาน ความเสี่ยงยิ่งสะสม และอาจนำไปสู่โรคร้ายแรงได้
สิ่งสำคัญที่ควรจำคือน้อยกว่า ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ทางเลือกที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงการเริ่มใช้ และเลิกให้เร็วที่สุด เพื่อปกป้องสุขภาพของตัวเองในระยะยาว
ช่องทางการติดต่อ
สาขาลากูน่า
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me
สาขาในเมือง
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8 ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 228 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmctown.youcanbook.me
สาขาหอนาฬิกา
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาหอนาฬิกา ตั้งอยู่ที่ 206/8 ถ. ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 12.00 – 20.00น. (ช่วงเเรก)
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 696 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me
เอกสารอ้างอิง
- World Health Organization (WHO). Tobacco and e-cigarettes. ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของบุหรี่ไฟฟ้าและสุขภาพ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Electronic Cigarettes. ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงของบุหรี่ไฟฟ้า. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/tobacco/basic_information/e-cigarettes
- National Institute of Environmental Health Sciences (NIEHS). Arsenic and Cancer Risk. ข้อมูลเกี่ยวกับสารหนูและความเสี่ยงมะเร็ง. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.niehs.nih.gov
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. บุหรี่ไฟฟ้าและผลกระทบต่อสุขภาพ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th
- สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). ข้อมูลโทษของบุหรี่ไฟฟ้า. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.thaihealth.or.th
