วัคซีนไข้หวัดใหญ่ คืออะไร? ทำไมควรฉีดทุกปี

วัคซีนไข้หวัดใหญ่คืออะไร? ทำไมควรฉีดทุกปี

โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา ซึ่งสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ง่ายผ่านการไอ จาม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งที่ปนเปื้อนเชื้อ แม้หลายคนอาจมองว่าไข้หวัดใหญ่เป็นเพียงโรคทั่วไปที่สามารถหายได้เอง แต่ในความเป็นจริง โรคนี้สามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ การติดเชื้อในกระแสเลือด หรืออาการกำเริบของโรคเรื้อรังต่าง ๆ จนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว

ในแต่ละปีทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่หลายล้านราย และมีผู้เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรคจำนวนมาก องค์การอนามัยโลก (WHO) และหน่วยงานสาธารณสุขในหลายประเทศจึงแนะนำให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของอาการ และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต

ปัจจุบันวัคซีนไข้หวัดใหญ่ถือเป็นหนึ่งในวัคซีนที่มีความสำคัญต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยทำงาน ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภาวะสุขภาพเฉพาะ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ว่าคืออะไร ทำงานอย่างไร และเหตุใดจึงควรฉีดทุกปี จะช่วยให้สามารถวางแผนดูแลสุขภาพ และป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วัคซีนไข้หวัดใหญ่คืออะไร? ทำไมควรฉีดทุกปี

เหตุใดจึงไม่ควรมองข้ามโรคไข้หวัดใหญ่?

แม้โรคไข้หวัดใหญ่จะเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน แต่ในแต่ละปีทั่วโลกยังคงมีผู้ป่วยหลายล้านราย และมีผู้เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรคจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีความเปราะบางทางสุขภาพ

ด้วยเหตุนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) และหน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลกจึงแนะนำให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของอาการ และลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต

ดังนั้น หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยตามตัวมาก อ่อนเพลียผิดปกติ หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย ไม่ควรคิดว่าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา แต่ควรเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด และเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเมื่อมีความจำเป็น เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจตามมาได้

ไข้หวัดใหญ่แตกต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างไร?

หลายคนมักเข้าใจว่า ไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดธรรมดา เป็นโรคเดียวกัน เนื่องจากมีอาการบางอย่างคล้ายคลึงกัน เช่น ไอ จาม เจ็บคอ หรือมีน้ำมูก อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์ทั้งสองโรคมีสาเหตุ และระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

โรคไข้หวัดธรรมดา (Common Cold) มักเกิดจากเชื้อไวรัสหลายชนิด เช่น Rhinovirus, Coronavirus บางสายพันธุ์ หรือ Adenovirus โดยส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง และสามารถหายได้เองภายใน 5-10 วัน ขณะที่โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) ซึ่งมีความสามารถในการแพร่กระจายได้รวดเร็ว และก่อให้เกิดอาการที่รุนแรงกว่า

ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่มักมีอาการเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ต่างจากไข้หวัดธรรมดาที่อาการมักค่อย ๆ ปรากฏทีละน้อย โดยอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ได้แก่

  • ไข้สูงตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป
  • หนาวสั่น
  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และข้อทั่วร่างกาย
  • อ่อนเพลียมากกว่าปกติ
  • ไอแห้งหรือไอรุนแรง
  • เจ็บคอ
  • เบื่ออาหาร
  • รู้สึกหมดแรง และต้องการพักผ่อนตลอดเวลา

ในขณะที่โรคไข้หวัดธรรมดามักมีอาการดังนี้

  • น้ำมูกไหล
  • คัดจมูก
  • จามบ่อย
  • เจ็บคอเล็กน้อย
  • ไอไม่รุนแรง
  • มีไข้ต่ำหรือไม่มีไข้
  • อาการโดยรวมไม่รุนแรง และยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้

เปรียบเทียบไข้หวัดใหญ่กับไข้หวัดธรรมดา

อาการไข้หวัดใหญ่ไข้หวัดธรรมดา
ไข้สูงพบบ่อยพบได้น้อย
หนาวสั่นพบบ่อยไม่ค่อยพบ
ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรงเล็กน้อย
อ่อนเพลียมากเล็กน้อย
ปวดศีรษะพบบ่อยพบได้น้อย
น้ำมูกไหลอาจพบพบบ่อย
คัดจมูกอาจพบพบบ่อย
ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงมีโอกาสเกิดพบน้อยมาก
ความเสี่ยงนอนโรงพยาบาลสูงกว่าต่ำมาก

ภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่ที่ควรระวัง

สิ่งที่ทำให้โรคไข้หวัดใหญ่แตกต่างจากไข้หวัดธรรมดามากที่สุด คือความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้ ได้แก่

  • ปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย
  • หลอดลมอักเสบ
  • หูชั้นกลางอักเสบ
  • กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
  • สมองอักเสบ
  • ภาวะหายใจล้มเหลว
  • การติดเชื้อในกระแสเลือด
  • อาการกำเริบของโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ เบาหวาน หรือโรคปอดเรื้อรัง

ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้อาจส่งผลให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และในบางกรณีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine)

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ คืออะไร?

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine) เป็นวัคซีนที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) โดยเฉพาะสายพันธุ์ A และ B ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการระบาดในมนุษย์ทั่วโลก โรคนี้สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ง่ายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม การพูดคุยในระยะใกล้ รวมถึงการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อปนเปื้อนแล้วนำมือมาสัมผัสบริเวณจมูก ปาก หรือดวงตา

แม้หลายคนจะเข้าใจว่าโรคไข้หวัดใหญ่เป็นเพียงอาการหวัดทั่วไป แต่ในความเป็นจริงแล้วโรคไข้หวัดใหญ่มีความรุนแรงมากกว่า และสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้อย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง

โรคไข้หวัดใหญ่แตกต่างจากโรคหวัดทั่วไป เนื่องจากผู้ป่วยมักมีอาการรุนแรง และเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน เช่น

  • ไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส
  • หนาวสั่น และรู้สึกไม่สบายตัวอย่างมาก
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย
  • อ่อนเพลีย และหมดแรง
  • ไอแห้งหรือไอมีเสมหะ
  • เจ็บคอ
  • คัดจมูก น้ำมูกไหล
  • เบื่ออาหาร
  • ในเด็กอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วย

ในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือมีโรคประจำตัว โรคไข้หวัดใหญ่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น

  • ปอดอักเสบ (Pneumonia)
  • หลอดลมอักเสบ
  • หัวใจอักเสบ
  • กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
  • สมองอักเสบ
  • การติดเชื้อในกระแสเลือด
  • ภาวะหายใจล้มเหลว
  • อาการกำเริบของโรคเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ หรือโรคเบาหวาน

ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้อาจทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และในบางกรณีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

วัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สร้างแอนติบอดีสำหรับต่อสู้กับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เมื่อร่างกายได้รับเชื้อจริงในอนาคต ระบบภูมิคุ้มกันจะสามารถตอบสนองต่อเชื้อได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ลดโอกาสการติดเชื้อ หรือหากติดเชื้อก็มีแนวโน้มที่จะมีอาการไม่รุนแรงเท่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน

วัคซีนไข้หวัดใหญ่มีกี่ชนิด?

ปัจจุบันวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่

  • วัคซีนชนิด 3 สายพันธุ์ (Trivalent Vaccine) ครอบคลุมไวรัส 3 สายพันธุ์ ได้แก่
    • Influenza A (H1N1)
    • Influenza A (H3N2)
    • Influenza B 1 สายพันธุ์
  • วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ (Quadrivalent Vaccine) ครอบคลุมไวรัส 4 สายพันธุ์ ได้แก่
    • Influenza A (H1N1)
    • Influenza A (H3N2)
    • Influenza B สองสายพันธุ์
  • ปัจจุบันวัคซีน 4 สายพันธุ์ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากสามารถครอบคลุมเชื้อได้กว้างกว่า

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วยอะไรได้บ้าง?

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีมีประโยชน์หลายด้าน ได้แก่

  • ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่
  • ลดความรุนแรงของอาการเมื่อป่วย
  • ลดความเสี่ยงในการนอนโรงพยาบาล
  • ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
  • ลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่
  • ช่วยปกป้องกลุ่มเสี่ยงในครอบครัว เช่น เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ
  • ลดการแพร่กระจายของเชื้อในโรงเรียน ที่ทำงาน และชุมชน
  • ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล

จุดเด่นของวัคซีนไข้หวัดใหญ่

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้รับการแนะนำจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และหน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลก เนื่องจากเป็นวิธีป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุด โดยมีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่

  • ผ่านการประเมินด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
  • สามารถใช้ได้กับประชากรหลากหลายกลุ่มอายุ
  • ช่วยลดการป่วยหนัก และการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่
  • ปรับปรุงสายพันธุ์วัคซีนให้สอดคล้องกับเชื้อที่ระบาดในแต่ละปี
  • เป็นมาตรการป้องกันโรคที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

ดังนั้น วัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงไม่ใช่เพียงการป้องกันอาการไข้หรืออาการหวัดทั่วไปเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเสี่ยงจากโรคร้าย ลดภาวะแทรกซ้อน และช่วยปกป้องสุขภาพของทั้งตนเอง ครอบครัว และสังคมโดยรวมอีกด้วย

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ทำงานอย่างไร

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ทำงานอย่างไร?

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ทำงานโดยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้เรียนรู้ และจดจำเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ก่อนที่จะได้รับเชื้อจริง ทำให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกัน และเตรียมพร้อมรับมือกับการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยปกติแล้ว เมื่อเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะต้องใช้เวลาในการจดจำเชื้อ และสร้างแอนติบอดี (Antibody) เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว เชื้อไวรัสอาจเพิ่มจำนวน และก่อให้เกิดอาการป่วยได้

วัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงถูกออกแบบมาเพื่อ ฝึก ระบบภูมิคุ้มกันล่วงหน้า โดยภายในวัคซีนจะมีส่วนประกอบของเชื้อไวรัสที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ ถูกทำให้ไม่สามารถก่อโรคได้ หรือมีเพียงบางส่วนของเชื้อไวรัสที่สำคัญต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เมื่อร่างกายได้รับวัคซีน ระบบภูมิคุ้มกันจะรับรู้ว่าสิ่งแปลกปลอมดังกล่าวเป็นเชื้อโรค และเริ่มสร้างแอนติบอดีขึ้นมาโดยที่ผู้รับวัคซีนจะไม่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่จากวัคซีน

ขั้นตอนการทำงานของวัคซีนไข้หวัดใหญ่

การทำงานของวัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถอธิบายได้เป็นลำดับดังนี้

  1. ร่างกายได้รับวัคซีน
    • วัคซีนจะถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายผ่านกล้ามเนื้อ
    • ระบบภูมิคุ้มกันจะเริ่มตรวจจับส่วนประกอบของเชื้อไวรัสที่อยู่ในวัคซีน
  2. ระบบภูมิคุ้มกันเรียนรู้เชื้อโรค
    • เม็ดเลือดขาวจะจดจำลักษณะของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่
    • ร่างกายเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะต่อเชื้อสายพันธุ์ที่อยู่ในวัคซีน
  3. สร้างแอนติบอดีเพื่อป้องกันโรค
    • ร่างกายผลิตแอนติบอดีเพื่อใช้กำจัดเชื้อไวรัสเมื่อพบการติดเชื้อในอนาคต
    • เกิดการสร้างเซลล์ความจำ (Memory Cells) ที่ช่วยจดจำเชื้อไวรัสในระยะยาว
  4. ป้องกันหรือบรรเทาความรุนแรงของโรค
    • เมื่อได้รับเชื้อจริง ร่างกายจะตอบสนองได้รวดเร็วกว่าเดิม
    • ลดโอกาสการติดเชื้อ
    • ลดความรุนแรงของอาการ
    • ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน

หลังฉีดวัคซีนกี่วันจึงจะมีภูมิคุ้มกัน?

หลังได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ร่างกายจะใช้เวลาในการสร้างภูมิคุ้มกันประมาณ 2 สัปดาห์ จึงจะสามารถสร้างแอนติบอดีได้ในระดับที่มีประสิทธิภาพ

ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนก่อนเข้าสู่ฤดูที่มีการระบาดของโรค เพื่อให้ร่างกายมีเวลาเพียงพอในการสร้างภูมิคุ้มกันก่อนสัมผัสเชื้อจริง

เหตุใดวัคซีนจึงช่วยลดความรุนแรงของโรคได้?

แม้ว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100% แต่หากผู้ที่ได้รับวัคซีนติดเชื้อในภายหลัง ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันที่พร้อมตอบสนองต่อเชื้อได้รวดเร็วกว่าผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ได้แก่

  • มีโอกาสป่วยน้อยลง
  • ระยะเวลาการเจ็บป่วยสั้นลง
  • อาการไม่รุนแรงเท่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน
  • ลดความเสี่ยงในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
  • ลดโอกาสเกิดปอดอักเสบ และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
  • ลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตในกลุ่มเสี่ยง

ประโยชน์ของการสร้างภูมิคุ้มกันจากวัคซีนไข้หวัดใหญ่

การได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีมีประโยชน์หลายประการ ได้แก่

  • ช่วยให้ร่างกายรู้จัก และจดจำเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่
  • สร้างแอนติบอดีเพื่อป้องกันโรค
  • ลดโอกาสการติดเชื้อ
  • ลดความรุนแรงของอาการหากติดเชื้อ
  • ลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต
  • ลดโอกาสการนอนโรงพยาบาล
  • ช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อในชุมชน
  • ปกป้องคนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ

ดังนั้น วัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงเปรียบเสมือนการเตรียมความพร้อมให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้เรียนรู้ และรับมือกับเชื้อไวรัสล่วงหน้า ช่วยลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยรุนแรง และเป็นหนึ่งในวิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพ และได้รับการยอมรับจากหน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลก

 ทำไมต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี?

หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ เหตุใดจึงต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี

  • เชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถกลายพันธุ์ได้ตลอดเวลา ทำให้สายพันธุ์ที่ระบาดในแต่ละปีอาจแตกต่างกัน องค์การอนามัยโลกจะติดตามการระบาดทั่วโลกและแนะนำสายพันธุ์ที่ควรนำมาใช้ในการผลิตวัคซีนประจำปี เพื่อให้วัคซีนมีประสิทธิภาพมากที่สุด
  • ภูมิคุ้มกันลดลงตามเวลา แม้วัคซีนจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี แต่ระดับภูมิคุ้มกันจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป การฉีดวัคซีนทุกปีจึงช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้พร้อมต่อสู้กับเชื้อที่กำลังระบาด
  • ลดความเสี่ยงการป่วยรุนแรง แม้บางครั้งวัคซีนอาจไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความรุนแรงของโรค ลดโอกาสนอนโรงพยาบาล และลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
ทำไมต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี

ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่?

แม้ว่าทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปสามารถฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ แต่กลุ่มต่อไปนี้ควรได้รับวัคซีนเป็นพิเศษ

  • เด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี เด็กเล็กมีภูมิคุ้มกันที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ จึงมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากไข้หวัดใหญ่
  • ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติลดลงตามวัย ทำให้มีความเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรง
  • หญิงตั้งครรภ์ การฉีดวัคซีนช่วยปกป้องทั้งมารดา และทารกในครรภ์
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น
    • โรคหัวใจ
    • โรคปอดเรื้อรัง
    • เบาหวาน
    • โรคไต
    • โรคตับ
  • บุคลากรทางการแพทย์ มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย และเชื้อโรคจำนวนมาก

ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เมื่อไร?

โดยทั่วไปควรฉีดปีละ 1 ครั้ง สำหรับประเทศไทย แนะนำให้ฉีดก่อนฤดูฝนหรือช่วงก่อนการระบาดของโรค เนื่องจากมักพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน และฤดูหนาว อย่างไรก็ตาม สามารถฉีดได้ตลอดทั้งปี หากยังไม่ได้รับวัคซีนในปีนั้น

หลังฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะมีผลข้างเคียงหรือไม่?

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ไม่รุนแรง และหายได้เอง

อาจพบอาการ เช่น

  • ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด
  • ไข้ต่ำ ๆ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • อ่อนเพลียเล็กน้อย

อาการเหล่านี้มักหายภายใน 1-3 วัน

ฉีดวัคซีนแล้วจะไม่เป็นไข้หวัดใหญ่เลยหรือไม่?

ไม่มีวัคซีนชนิดใดที่สามารถป้องกันโรคได้ 100%

อย่างไรก็ตาม วัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และที่สำคัญคือช่วยลดความรุนแรงของอาการ ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และลดโอกาสเสียชีวิต ผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วหากติดเชื้อ มักมีอาการน้อยกว่า และฟื้นตัวได้เร็วกว่า

ทำไมควรเลือกฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก?

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นหนึ่งในวิธีป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพที่สุด แต่การเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีทีมแพทย์ดูแล และใช้วัคซีนที่มีคุณภาพ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการรับบริการ 

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก (Phuket Medical Clinic) เป็นคลินิกที่ให้บริการด้านสุขภาพแบบครบวงจร พร้อมบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยมีทีมบุคลากรทางการแพทย์คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับวัคซีนที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล รวมถึงการดูแลหลังรับวัคซีนอย่างใกล้ชิด

จุดเด่นของการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก

  • ให้บริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี ทางคลินิกมีบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี เพื่อช่วยป้องกันสายพันธุ์ที่มีแนวโน้มระบาดในแต่ละฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน และฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่พบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ได้บ่อย
  • วัคซีนได้มาตรฐาน และมีคุณภาพ วัคซีนที่ให้บริการผ่านการรับรองมาตรฐาน และมาจากผู้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในด้านความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกัน
  • มีทีมแพทย์คอยประเมิน และให้คำแนะนำ ก่อนรับวัคซีน ผู้เข้ารับบริการสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมของการฉีดวัคซีน รวมถึงรับคำแนะนำเกี่ยวกับข้อควรระวัง ผลข้างเคียง และการดูแลตนเองหลังฉีดวัคซีน
  • เหมาะสำหรับทุกช่วงวัย มีบริการวัคซีนสำหรับกลุ่มประชากรหลากหลาย ได้แก่
    • เด็ก
    • วัยทำงาน
    • ผู้สูงอายุ
    • หญิงตั้งครรภ์ตามคำแนะนำของแพทย์
    • ผู้ที่มีโรคประจำตัว
    • ผู้ที่ต้องเดินทางหรือทำงานพบปะผู้คนจำนวนมาก
    • โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากไข้หวัดใหญ่ได้สูง
  • มีหลายสาขาในจังหวัดภูเก็ต ผู้เข้ารับบริการสามารถเลือกสาขาที่สะดวกได้ เนื่องจากมีหลายสาขาครอบคลุมพื้นที่สำคัญในจังหวัดภูเก็ต ช่วยให้เข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น
  • เปิดให้บริการทุกวัน รองรับทั้งการนัดหมายล่วงหน้า และการ Walk-in ช่วยเพิ่มความสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนในวันที่เหมาะสมกับตารางเวลา
  • บริการดูแลหลังฉีดวัคซีน นอกจากการฉีดวัคซีนแล้ว ยังมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการที่อาจพบหลังฉีดวัคซีน วิธีดูแลตนเอง และคำแนะนำในการสังเกตอาการผิดปกติหลังรับวัคซีน

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ดี เริ่มจากการเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของอาการ และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ การเลือกสถานพยาบาลที่มีทีมแพทย์ให้คำปรึกษา ใช้วัคซีนที่มีคุณภาพ และมีระบบดูแลผู้รับบริการอย่างเหมาะสม จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การป้องกันโรคมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ โดยได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมบริการด้านสุขภาพที่ครอบคลุม และได้มาตรฐาน เพื่อช่วยให้คุณ และคนในครอบครัวมีภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือกับการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในแต่ละปี

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นวิธีป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพ และได้รับการแนะนำจากองค์กรสาธารณสุขทั่วโลก เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การฉีดวัคซีนทุกปีจึงมีความสำคัญในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทันต่อสายพันธุ์ที่กำลังระบาด

ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว การรับวัคซีนเป็นประจำทุกปีสามารถช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค ลดภาวะแทรกซ้อน และช่วยปกป้องสุขภาพของคนในครอบครัว และสังคมโดยรวม

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 228 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9 
  • จองคิวตรวจออนไลน์     https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาหอนาฬิกา ตั้งอยู่ที่ 206/8 ถ. ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่  อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 12.00 – 20.00น. (ช่วงเเรก)
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

เอกสารอ้างอิง

  • World Health Organization (WHO). Influenza (Seasonal). ข้อมูลเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล การป้องกัน และวัคซีน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/influenza-(seasonal)
  • World Health Organization (WHO). Vaccines against influenza. ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่และคำแนะนำการใช้วัคซีน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int
  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Key Facts About Seasonal Flu Vaccine. ข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพ ประโยชน์ และข้อแนะนำในการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/flu/vaccines
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ความรู้เกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่และการป้องกันโรคด้วยวัคซีน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th
  • กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค. แนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th/dcd