โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะ พบมากในเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่น้ำขังกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง สำหรับจังหวัด ภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ การเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากประชาชนในพื้นที่แล้ว นักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติยังมีโอกาสสัมผัสความเสี่ยงเช่นกัน
แม้ไข้เลือดออกในบางรายอาจหายเอง แต่หากไม่รู้เท่าทันสัญญาณเตือน ที่บ่งบอกว่าโรคกำลังเข้าสู่ระยะอันตราย ก็อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และเสียชีวิตได้ ดังนั้น การรู้จักอาการที่ควรรีบไปพบแพทย์ถือเป็นเรื่องจำเป็น

โรคไข้เลือดออก คืออะไร?
ไข้เลือดออก (Dengue Fever) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสเดงกี (DENV) มี 4 สายพันธุ์ (DEN-1 ถึง DEN-4) ถ่ายทอดโดย ยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) และ ยุงลายสวน (Aedes albopictus) เมื่อติดเชื้อ ร่างกายจะมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยทั่วตัว ปวดกระบอกตา อาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง และบางรายลุกลามเป็น ไข้เลือดออกรุนแรง (Severe Dengue/DHF/DSS) จากการรั่วของพลาสมา ทำให้ช็อก และมีเลือดออกได้
การติดต่อ
- ยุงลายดูดเลือดจากผู้ที่มีเชื้อ → เชื้อเพิ่มจำนวนในตัวยุง → ยุงไปกัดคนอื่น เชื้อจึงแพร่ต่อ
- ไม่ติดต่อโดยตรงจากการสัมผัส ระหว่างคนสู่คน (ยกเว้นจากแม่สู่ลูกระหว่างตั้งครรภ์/คลอดได้ในบางกรณี)
ระยะฟักตัว โดยมาก 4–10 วัน หลังถูกกัด ก่อนเริ่มมีอาการ
ทำไมภูเก็ตถึงต้องระวังโรคไข้เลือดออกเป็นพิเศษ?
- ภูมิอากาศเหมาะกับยุงลาย ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นตลอดปี และฝนตกบ่อย โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคม–พฤศจิกายน ความชื้น และอุณหภูมิระดับนี้เป็นสวรรค์ของยุงลาย เพราะช่วยให้ไข่ยุงฟักตัว และเจริญเติบโตได้เร็ว เมื่อฝนตก น้ำขังตามภาชนะ หรือแหล่งน้ำธรรมชาติก็จะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ดี ทำให้จำนวนยุงลายในภูเก็ตเพิ่มสูงขึ้นกว่าหลายจังหวัด
- เมืองท่องเที่ยวที่มีคนเดินทางเข้าออกจำนวนมาก ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกตลอดทั้งปี การเคลื่อนไหวของผู้คนจำนวนมากเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อไวรัสเดงกีจากพื้นที่อื่นจะถูกนำเข้ามา และเมื่อผสมกับสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับการแพร่พันธุ์ยุงลาย ก็ยิ่งทำให้การระบาดของโรคไข้เลือดออกในภูเก็ตมีความรุนแรง และต่อเนื่อง
- สิ่งแวดล้อมเอื้อต่อการเพาะพันธุ์ยุง ทั้งในชุมชนเมือง และชนบทของภูเก็ต มักมีภาชนะเก็บน้ำเปิด เช่น ถังน้ำ กระถาง แจกัน รวมถึงแหล่งก่อสร้างที่มีน้ำขัง สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่ควบคุมได้ยาก ยิ่งในฤดูฝน การจัดการแหล่งน้ำขังจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
- ชุมชนหนาแน่น หลายพื้นที่ในภูเก็ตมีชุมชนที่อยู่อาศัยหนาแน่น และแออัด เมื่อติดเชื้อเพียงคนเดียว หากถูกยุงลายกัดแล้วไปกัดคนอื่นต่อ ก็จะเกิดการแพร่เชื้อเป็นวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ภูเก็ตมักมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกจำนวนมากในแต่ละปี
ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษ?
- เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ
- เด็กเล็กมีภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์
- ผู้สูงอายุมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และมักมีโรคประจำตัว
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ไต เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคเหล่านี้ทำให้ร่างกายรับมือกับการติดเชื้อได้ยากขึ้น
- หญิงตั้งครรภ์ เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนทั้งต่อแม่ และทารก เช่น ภาวะเลือดออกมาก หรือการติดเชื้อสู่ทารกในครรภ์
- ผู้ที่เคยติดเชื้อเดงกีมาก่อน การติดเชื้อข้ามสายพันธุ์ (เช่น เคยติด DEN-1 แล้วมาติด DEN-2) จะเพิ่มโอกาสเกิดโรครุนแรง เช่น Dengue Hemorrhagic Fever (DHF) หรือ Dengue Shock Syndrome (DSS) ซึ่งอาจเสียชีวิตได้

อาการของโรคไข้เลือดออก
โรคไข้เลือดออกแบ่งออกเป็น 3 ระยะสำคัญ ได้แก่
- ระยะไข้ (Febrile phase – 2–7 วัน)
- ไข้สูงลอย 38.5–40°C ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ/ข้อ ปวดกระบอกตา อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
- อาจมีผื่น จุดแดงเล็ก ๆ เลือดออกตามไรฟัน คลื่นไส้ อาเจียน
- เด็กเล็กอาจร้องกวน ดื่มน้ำ/นมลดลง
- ระยะวิกฤติ (Critical phase – ช่วงปลายของไข้, 24–48 ชม. อันตรายที่สุด)
- ไข้มัก เริ่มลดลง แต่กลับเป็นช่วงเสี่ยง: พลาสมารั่ว ความดันตก มือเท้าเย็น กระสับกระส่าย ปัสสาวะน้อย
- อาจมี ปวดท้องกดเจ็บมาก อาเจียนซ้ำ/มีเลือดปน เลือดกำเดาไหล จุดจ้ำเลือด
- ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดเรื่อง ช็อก และเลือดออก
- ระยะฟื้นตัว (Recovery phase – 48–72 ชม. หลังผ่านวิกฤติ)
- เริ่มอยากอาหารมากขึ้น อาการค่อย ๆ ดีขึ้น ผื่นแบบ รอยย้ำใบไม้ อาจเห็นชัด
- หากให้สารน้ำไม่เหมาะสมในช่วงนี้ เสี่ยงน้ำเกิน/บวมน้ำได้
สัญญาณเตือนโรคไข้เลือดออกที่ต้องรีบพบแพทย์
- ปวดท้องรุนแรง หรือกดเจ็บ อาจบ่งบอกถึงการรั่วของพลาสมา และภาวะแทรกซ้อน
- อาเจียนบ่อย หรืออาเจียนเป็นเลือด สัญญาณว่ามีเลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้
เลือดออกง่ายผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหล เหงือกมีเลือดออก จุดจ้ำเลือดตามผิวหนัง - กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเบาเร็ว ความดันต่ำ เป็นสัญญาณภาวะช็อก (Dengue Shock Syndrome)
- ตับโต หรือกดเจ็บชายโครงขวา แสดงว่าตับได้รับผลกระทบรุนแรง
- ปัสสาวะออกน้อย แสดงถึงการไหลเวียนเลือดผิดปกติ หรือภาวะขาดน้ำ
- อ่อนเพลียมาก สับสน หมดสติ อันตรายถึงชีวิต ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
การวินิจฉัยโรคไข้เลือดออก
การวินิจฉัยต้องอาศัยทั้งการซักประวัติ อาการทางคลินิก และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
- การซักประวัติ และตรวจร่างกาย
- ไข้สูงเฉียบพลัน 38.5–40°C นาน 2–7 วัน
- อาการร่วม เช่น ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ
- อาจพบ จุดเลือดออกใต้ผิวหนัง เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดา
- ในบางรายอาจมีผื่นแดงคล้ายหัด หรือผื่นลมพิษ
- การตรวจเลือด (Complete blood count – CBC)
- เกล็ดเลือด (Platelet count): มักต่ำกว่า 100,000/µL
- ฮีมาโตคริต (Hct): สูงขึ้นจากการรั่วของพลาสมา
- เม็ดเลือดขาว (WBC): มักต่ำกว่าปกติ
- การตรวจเฉพาะไวรัส
- NS1 Antigen test: ตรวจพบเชื้อได้ในช่วง 1–7 วันแรกหลังเริ่มมีอาการ
- PCR (Polymerase Chain Reaction): ตรวจสารพันธุกรรมของไวรัสเดงกี แม่นยำมาก
- ตรวจแอนติบอดี IgM / IgG: ใช้บอกการติดเชื้อในระยะต่าง ๆ

การรักษาโรคไข้เลือดออก
ปัจจุบัน ยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะ การรักษาเน้นไปที่การเฝ้าระวัง และประคับประคองอาการ
หลักการรักษา
- ให้สารน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และภาวะช็อก โดยแพทย์จะพิจารณาตามน้ำหนักตัว และอาการ
- ควบคุมไข้ ใช้ พาราเซตามอล เท่านั้น ห้ามใช้ แอสไพริน หรือไอบูโพรเฟน (NSAIDs) เพราะเสี่ยงเลือดออกมากขึ้น
- เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดออกมาก, ตับวาย, ไตวาย, ภาวะช็อก ควรวัดความดันโลหิต และปริมาณปัสสาวะอย่างใกล้ชิด
- เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีสัญญาณเตือน เช่น ปวดท้องรุนแรง อาเจียนบ่อย มีเลือดออกผิดปกติ มือเท้าเย็น กระสับกระส่าย ปัสสาวะน้อย
การป้องกันโรคไข้เลือดออก
เพราะยังไม่มียารักษาเฉพาะ การป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงจึงสำคัญที่สุด
- ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
- คว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง
- เปลี่ยนน้ำแจกัน/ถาดรองทุกสัปดาห์
- ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด
- ใส่ทรายอะเบท หรือสารกำจัดลูกน้ำตามคำแนะนำ
- ป้องกันตนเองจากยุงกัด
- นอนในมุ้ง หรือห้องที่มีมุ้งลวด/ยากันยุง
- ทายากันยุง โดยเฉพาะช่วงกลางวัน (ยุงลายชอบกัดกลางวัน)
- ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว
- ความร่วมมือระดับชุมชน
- กิจกรรม 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค: เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ
- รณรงค์กำจัดยุงในโรงเรียน ตลาด สถานที่ทำงาน และชุมชน
- มีการตรวจบ้าน–ชุมชนประจำสัปดาห์เพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

วัคซีนไข้เลือดออก คืออะไร?
วัคซีนไข้เลือดออกเป็นวัคซีนที่พัฒนาขึ้นเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue Virus) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไข้เลือดออก ปัจจุบันมีวัคซีนที่ได้รับการรับรองแล้ว เช่น
- Dengvaxia® (CYD-TDV): แนะนำเฉพาะผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อน เพราะหากฉีดในคนที่ไม่เคยติดเชื้อ อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรครุนแรงในการติดเชื้อครั้งถัดไป
- Qdenga® (TAK-003): วัคซีนรุ่นใหม่ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ ใช้ได้ทั้งในผู้ที่เคยติดเชื้อ และไม่เคยติดเชื้อมาก่อน
ความสำคัญของวัคซีนไข้เลือดออก
- โรคไข้เลือดออกยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตร้อนอย่าง ภูเก็ต
- การฉีดวัคซีนช่วยลดความรุนแรงของโรค ป้องกันการนอนโรงพยาบาล และลดอัตราการเสียชีวิตได้
- เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ที่มีการระบาดซ้ำบ่อย และมีความเสี่ยงสูงจากยุงลายที่เพาะพันธุ์ง่ายในช่วงฤดูฝน
ใครบ้างควรได้รับวัคซีนไข้เลือดออก?
- เด็กอายุตั้งแต่ 4–16 ปีขึ้นไป (ขึ้นกับชนิดของวัคซีนที่เลือกใช้)
- ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ระบาด เช่น จังหวัดภูเก็ต และพื้นที่ภาคใต้
- ผู้ที่มีประวัติการติดเชื้อมาก่อน (กรณีเลือกใช้ Dengvaxia®)
- บุคคลทั่วไปที่อาศัย หรือเดินทางไปพื้นที่ระบาดบ่อย ๆ (กรณีเลือกใช้ Qdenga®)
กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง: หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน หรือมีไข้/เจ็บป่วยเฉียบพลัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
ข้อดี – ข้อเสียของวัคซีนไข้เลือดออก
ข้อดี
- ลดความเสี่ยงในการป่วยจากโรคไข้เลือดออก
- ลดการนอนโรงพยาบาล และภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
- เพิ่มภูมิคุ้มกันในกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ระบาดต่อเนื่อง เช่น ภูเก็ต
ข้อเสีย
- วัคซีนบางชนิด เช่น Dengvaxia® เหมาะกับผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อนเท่านั้น หากฉีดผิดกลุ่มอาจเสี่ยงโรครุนแรง
- ยังไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100%
- อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น ไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย
ขั้นตอนการรับวัคซีนไข้เลือดออก
- ประเมินสุขภาพ และประวัติ – แพทย์จะสอบถามประวัติการติดเชื้อ หรือผลการตรวจเลือด เพื่อเลือกวัคซีนที่เหมาะสม
- การฉีดวัคซีน
- Dengvaxia®: ฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน
- Qdenga®: ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน
- เฝ้าสังเกตอาการหลังฉีด – โดยทั่วไปจะเฝ้าระวัง 30 นาทีที่สถานพยาบาล
- การติดตามผล – อาจมีการนัดตรวจสุขภาพ หรือการฉีดเข็มถัดไปตามกำหนด
- ป้องกันควบคู่กัน – แม้รับวัคซีนแล้ว ยังต้องป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงเสมอ
ทำไมควรเลือกรักษาโรคไข้เลือดออกที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก
- ทีมแพทย์เฉพาะทาง และประสบการณ์สูง
- มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ / ไวรัส /โรคเขตร้อน ซึ่งเคยดูแลผู้ป่วยไข้เลือดออกหลายราย
- บุคลากรสนับสนุนครบทั้งพยาบาล เภสัชกร โภชนาการ ที่เข้าใจการดูแลประคับประคองผู้ป่วยเดงกี
- การวินิจฉัยที่ทันสมัย และแม่นยำ
- มีอุปกรณ์ตรวจเลือดที่สามารถวัดเกล็ดเลือด ฮีมาโตคริต และตรวจ NS1 antigen / PCR ได้
- ห้องแล็บที่ได้รับมาตรฐาน ถ่ายเลือด /แล็บไวรัสได้รวดเร็ว ลดเวลารอผล
- การจัดการผู้ป่วยที่ปลอดภัย และตรงเวลา
- สามารถประเมินผู้ป่วยได้ตั้งแต่ระยะแรก และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเมื่อมีสัญญาณเตือน
- มีระบบให้สารน้ำ /พักฟื้น /ประเมินภาวะแทรกซ้อนอย่างมืออาชีพ
- บริการครบวงจรในที่เดียว (One-Stop Service)
- ตรวจวินิจฉัย → ให้ยา/สารน้ำ/ประคับประคอง → ติดตามอาการ → ให้คำแนะนำการป้องกันในบ้าน และชุมชน
- มีบริการให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ และแนวทางการฟื้นตัวหลังไข้เลือดออก
- ความสะดวก/เข้าถึงง่ายสำหรับคนภูเก็ต และนักท่องเที่ยว
- ทำเลที่ตั้งสะดวก ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัย /ที่พัก /ทางเข้าออกหลักของเมือง
- รองรับผู้ที่มาจากต่างจังหวัด หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีการสื่อสารภาษาอังกฤษ/ภาษาอื่นหากคลินิกมีบริการ
- มาตรฐานคุณภาพ และความปลอดภัย
- ปฏิบัติตามแนวทางรักษามาตรฐานสาธารณสุข และองค์การอนามัยโลก (WHO)
- มีการทำงานด้วยความปลอดภัยเรื่องการเจาะเลือด/การให้สารน้ำ/การดูแลผู้ป่วยในภาวะเสี่ยง
- ความรวดเร็วในการตอบสนองในภาวะฉุกเฉิน
- มีการรับมือเมื่อมีอาการเตือนรุนแรง เช่น เลือดออก ช็อก หรือภาวะแทรกซ้อน
- เตรียมแผนสำรอง/เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ระยะวิกฤติ
- การให้คำแนะนำด้านป้องกัน และฟื้นตัวหลังป่วย
- นอกเหนือจากการรักษาเฉพาะหน้า ยังมีคำแนะนำเรื่องป้องกันยุงกัด การปรับพฤติกรรมหลังหายไข้
- ให้ข้อมูลที่ช่วยลดโอกาสเป็นซ้ำในอนาคต เช่น การดูแลบ้าน การใช้ยากันยุง ฯลฯ
- ความโปร่งใสเรื่องค่าใช้จ่าย และการบริการ
- แจ้งค่าใช้จ่ายตรวจรักษาล่วงหน้า ชัดเจน ไม่แอบแฝง
- มีแพ็คเกจสำหรับตรวจเช็ก/เฝ้าระวังไข้เลือดออกสำหรับกลุ่มเสี่ยง
- การสนับสนุนจากชุมชน และการร่วมมือสาธารณสุข
- ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในภูเก็ตเพื่อควบคุมยุงลายในพื้นที่
- รณรงค์ในชุมชน/โรงเรียน ให้ความรู้ และสนับสนุนมาตรการป้องกันโรค
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
- ฉีดวัคซีนป้องกันโรคในภูเก็ต รู้ก่อน ป้องกันก่อน ปลอดภัยกว่า
- บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป ที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก
โรคไข้เลือดออกยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ต การรู้จัก สัญญาณเตือนอันตราย เช่น ปวดท้องรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด เลือดออกง่าย มือเท้าเย็น กระสับกระส่าย ปัสสาวะน้อย และหมดสติ จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาทันท่วงที และลดการเสียชีวิตได้
หากคุณ หรือคนรอบข้างในภูเก็ตมีอาการเข้าข่าย อย่ารอช้า ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะโรคไข้เลือดออกอาจพรากชีวิตได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
ช่องทางการติดต่อ
สาขาลากูน่า
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me
สาขาในเมือง
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8 ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 228 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmctown.youcanbook.me
สาขาหอนาฬิกา
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาหอนาฬิกา ตั้งอยู่ที่ 206/8 ถ. ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 12.00 – 20.00น. (ช่วงเเรก)
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 696 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me
เอกสารอ้างอิง
- World Health Organization (WHO). Dengue and severe dengue. ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกและการป้องกัน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/dengue-and-severe-dengue
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Dengue: Symptoms and Treatment. รายละเอียดอาการและแนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/dengue/symptoms/index.html
- European Centre for Disease Prevention and Control (ECDC). Factsheet about dengue. ข้อมูลด้านระบาดวิทยาและมาตรการป้องกัน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.ecdc.europa.eu/en/dengue/facts
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. โรคไข้เลือดออก. ข้อมูลอาการ การป้องกัน และสถานการณ์ในประเทศไทย. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th/disease/detail/14
- สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). ไข้เลือดออก ภัยร้ายที่ป้องกันได้. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.thaihealth.or.th/Content/49253
